Sathit's profileWelcome to YoRaeMon's Sp...PhotosBlogLists Tools Help

Sathit Boonchalok

Occupation

Windows Media Player

Welcome to YoRaeMon's Space

Enjoy your life.....
Photo 1 of 187
March 19

CBS Star Award VS งานครบรอบ 25 ปี MBA CHULA

 
เมื่อวาน (วันเสาร์) มีงานใหญ่ๆ ซ้อนกันตั้ง 2 งานแหนะ ก็ไหนจะงานมอบรางวัล CBS Star Award ที่ KBank กับงานคืนสู่เหย้า ครบรอบ 25 ปี MBA Chula
 
ทั้ง 2 งานดันมาจัดวันเดียวกันซะงั้น ตอนแรกกะว่าจะไปให้ได้ทั้ง 2 งาน แต่พอดูเวลาแล้ว ยากชะมัด เลยต้องเลือกงานเดียว
 
ซึ่งงานที่เลือกไปก็คืองาน CBS Star Award ของ KBank โดยครั้งนี้จัดที่ โรงแรมมณเทียร ริเวอร์ไซด์ (ถนนพระราม 3)
 
สาเหตุที่ต้องไปงาน Star Award เพราะครั้งนี้ ต้องขึ้นไปรับรางวัลด้วยยยย
 
ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าต้องรับรางวัล เพราะจริงๆ ตอนที่เค้าให้ vote กันในฝ่าย ก็รู้อยู่แล้วว่าครั้งนี้ไม่ได้
 
แต่ก่อนเริ่มงาน 3-4 วัน ได้รับ mail แบบ confidential ว่า ให้มารับรางวัลด้วย
 
เลยต้องไปถาม อั้ม เพื่อนที่ IMC@KBank ก็บอกว่า ถ้าไม่ได้รางวัล ก็ไม่ได้ mail หรอก แล้วก็บอกว่าให้มาให้ได้นะ
 
เราก็เลยต้องเลือกไปงานนั้น ส่วนงานที่ Chula ก็ต้องเบี้ยวไปตามระเบียบ (ต้องขอโทษเพื่อนๆ ที่อุตส่าห์ซื้อบัตรด้วยนะ ที่ผมไปไม่ได้)
 
อ้อ..ลืมบอกว่า รางวัลที่ได้ก็คือ Top KPI ของฝ่ายฯ นั่นเอง งานนี้คงได้เพราะ พี่โก้ (ผอ.ฝ่าย) เลือกเรามั้ง
 
ก็แอบดีใจเหมือนกันนะ ที่พี่เค้าเลือกเรา ทั้งๆ ที่เราก็พึ่งมาทำงานได้ปีเดียว
 
ทำให้มีกำลังใจทำงานต่อไปอีกเยอะเหมือนกันนะเนี่ย สู้ๆๆๆ
 
โย
March 11

ความผิดพลาดที่ไม่อาจย้อนคืน

 
เคยอ่านเมลล์อันนึง ที่พ่อสอนเด็กว่า เวลาโกรธแล้วควบคุมสติไม่ได้ ให้ไปสงบสติอารมณ์ดัวยการไปตอกตะปู
 
แรกๆ เด็กก็ตอกเยอะมากเลย เพราะยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้
 
พอนานไปก็ดีขึ้น เวลาโกรธก็ไม่ต้องตอกแล้ว
 
ที่นี้ พ่อเด็กก็บอกว่า ถ้างั้นต่อไปเวลาโกรธใคร แล้วพอหายโกรธแล้ว ให้ไปถอนตะปูที่ตอกออกมาแทน
 
เด็กก็ทำตามที่พ่อบอก จนวันนึงตะปูก็หมดจากผนังที่เด็กเคยตอก
 
พ่อก็เลยชี้ให้เด็กดูว่า เห็นมั้ยเวลาเราโกรธใครหรือทำร้ายจิตใจใคร มันก็เหมือนเราเอาตะปูไปตอกในใจของเค้า
 
ตะปูที่ตอกไป เมื่อดึงออกแล้ว มันก็ยังคงเป็นแผลอยู่ในใจของเค้าอยู่
 
ดังนั้น เวลาทำอะไรก็ควรจะรักษาความรู้สึกของอีกคนไว้ด้วย อย่าคิดว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
 
ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ ถึงคิดถึงเรื่องนี้ คิดถึงทีไร ก็เศร้าใจทุกที
 
บางคนบอกว่า คำ "ขอโทษ" จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นได้
 
แต่บางที คำว่า "ขอโทษ" อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
 
โย

ปวดฟันจังเลย

 
เมื่อวานไปผ่าฟันคุดอีกข้างนึงมาล่ะ ปวดมากๆๆๆๆ เลย
 
เนื่องจากคราวนี้ออกยากเหลือเกิน ไม่เหมือนตอนผ่าอีกฝั่งนึง
 
ทำนานเหมือนกัน ตั้งชั่วโมงกว่าๆ ปาก ระบมไปหมดเลย
 
เมื่อคืนเลยนอนไม่ค่อยหลับเลย ตื่นทุกชั่วโมง ตอนนี้เลยปวดหัวจังเลย
 
แถมหน้ายังบวมมากๆๆ อีกด้วย (ปกติก็บวมอยู่แล้ว)
 
เฮ้ออออออออ ปวดดดดดดดดดดดดดดดดดด
 
โย (ระบมไปหมด)
March 05

เหนื่อยๆ

 
ทำไมช่วงนี้อะไรๆ ก็ต้องมาสุมหัวพร้อมๆ กันด้วยเนี่ย
 
เริ่มเหนื่อยแล้วน๊า ทั้งงานราษฏร์ งานหลวง
 
ไม่ได้เป็น Superman ซะหน่อย
 
แต่ทำไงได้ คงต้องสู้ต่อไป สักพักคงดีขึ้น
 
สู้ว้อยยยยยยยยย
 
โย
February 18

โรงเบียร์ :P

 
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ก็มีนัด Dinner กับพี่ๆ ที่ KBank ที่โรงเบียร์เยอรมัน พระราม 3 ล่ะ
 
งานนี้ชวนพี่เอ๊กซ์ อดีต team lead ของพวกเราที่ตอนนี้อยู่ที่ Citibank มาด้วย
 
วัตถุประสงค์หลักของ dinner ครั้งนี้ก็คือ.... มากิน ขาหมู อิ อิ..
 
มากัน 5 คน สั่ง 2 ขา บวกด้วยอาหารอีกหลายอย่าง
 
ไม่ว่าจะเป็น กุ้งกระจก ไส้กรอกรวม 2 จาน ยอดมะระไฟแดง ถั่วทอดกระเทียม ลาบทะเล ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
 
และที่ขาดไม่ได้คือ เบียร์ ลาเกอร์ เย็นๆ อีก 3 ลิตร
 
งานนี้ก็เลยกินกันอิ่มหมีพลีมัน กันไปเลย แต่คราวนี้กินเบียร์ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ กิน 4 คน 3 ลิตร
 
ครั้งล่าสุดที่มาจำได้ว่า กินคนเดียวประมาณ 2 ลิตรก่าๆ เพราะพี่ๆ ที่มาด้วยดันไม่ช่วยกินซะงั้น
 
จะว่าไป โรงเบียร์นี่ก็เปิดมา 7 ปีแล้วนะเนี่ย เห็นมีป้าย celebrate 7th
 
ถือว่าเร็วมาก เพราะจำได้ครั้งแรกที่มากิน พ่อเป็นคนพามา ตอนนั้นรู้สึกว่า ยังไม่ชอบกินเบียร์เลย
 
แต่ว่ามากี่ทีกี่ที บรรยากาศก็คึกครื้น เหมือนเดิม มีนักร้องมาผลัดเปลี่ยนกันร้องเพลงกันหลายคน
 
นอกจากนี้ยังมีโชว์อลังการๆ อีกหลายโชว์ เรียกความสนใจของแขกในร้านได้เป็นอย่างมาก
 
ถึงจะเปิดมา 7 ปีแล้ว คนก็ยังเยอะอยู่นะเนี่ย มาช้า ก็ต้องมารอคิวนานเหมือนกัน
 
เพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จะไปอย่างลืมโทรจองล่วงหน้าล่ะ ไม่งั้นมาถึงไม่มีโต๊ะ จะเสียอารมณ์แย่เลย
 
ไปละนะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า ต้องไปหาลูกค้าด้วย เหนื่อยจังงง
 
บ๊ายย บายย
 
โย
February 13

งาน งาน งาน

 
พูดถึงเรื่องงานบ้างดีกว่าวันนี้ (ปกติก็ชอบ up แต่เรื่องงานอยู่แล้วหนิ อิ อิ แย่จิง)
 
จะว่าไป ตอนนี้ก็ทำงานที่ KBank นี่มาได้ 1 ปี กับ 1 เดือนแล้ว เผลอแป๊ปเดียวครบปีซะงั้น
 
ถือว่า นานสุดแล้วนะเนี่ย ตั้งแต่ทำงานมา (ไม่นับทำงานที่บ้าน)
 
ก็ถ้าพูดถึงงานที่ KBank นี่ ตอนนี้ก็ค่อนข้าง Happy เหมือนกันนะ
 
งานท้าทาย หัวหน้าดี เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมงานกันก็ส่วนใหญ่ดี
 
จริงๆ ส่วนนึงที่ทำให้อยู่ได้นาน ก็เพราะโชคเหมือนกันนะ
 
เพราะถ้านึกย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน ถ้าไม่ได้ด้วยความเข้าใจผิดว่า พี่โก้ (ผอ.ฝ่าย) รับมาเป็น Product Management
 
ป่านนี้คงลาออกไปถึงไหนแล้ว เพราะจริงๆ พี่โก้ ตั้งใจรับมาให้ทำ Process ซึ่งพอเห็นงานที่ทีม Process ทำแล้ว ไม่อยากทำเลย
 
และด้วยโชคอีกนั่นแหละ ที่ถูก assign ให้มาทำทีม Supply Chain Financing ซึ่งพึ่งจะแยกออกมาเป็นส่วนงานใหม่ในฝ่าย
 
และด้วยโชคอีกเหมือนกัน ที่ได้อยู่ทีม Dealer Financing กับพี่สมบูรณ์ กับพี่ต่าย แทนที่จะเป็นทีม Supplier Financing ของพี่หนิง
 
และด้วยโชคอีกเช่นกัน ที่พี่เอ๊กซ์ เข้ามาเป็น team lead จาก Citibank ทำให้ Dealer Financing เกิดใน KBank และให้บริการลูกค้าได้ถึงทุกวันนี้
 
แม้วันนี้พี่เอ๊กซ์ จะย้ายกลับไป Citibank ซะแล้ว แต่ก็ได้วางรากฐานไว้พอสมควร ทำให้ตอนนี้พวกเราในทีม ทำกันได้เอง (แม้จะมั่วๆ ไปบ้างก็ตามเถอะ)
 
นี่แหละน๊า แสดงให้เห็นว่า โชคชะตา ก็มีส่วนสำคัญกับอาชีพการงานของเราเหมือนกันนะ
 
อ้อ...ลืมบอกข่าวดีของตัวเอง ปีนี้ พี่โก้ปรับตำแหน่งให้ด้วยล่ะ ตอนนี้ได้เป็น Assistant Unit Manager (ก็ยังต่ำอยู่ดีแหละ) แล้ว
 
พร้อมทั้งขึ้นเงินเดือนให้อีกพอสมควรด้วยล่ะ 5555 ดีใจ ชะมัด!!! ทำให้มีกำลังใจทำงานขึ้นอีกเยอะ
 
ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ รู้สึกเหมือนกัน ว่าเงินเดือนน้อย เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ที่มาจาก MBA ด้วยกัน
 
แต่ก็ไม่อยากไปต่อรองอะไรกับพี่โก้มาก ก็คิดอยู่อย่างเดียวว่า ถ้าเราทำผลงาน สักวันผู้ใหญ่เค้าก็ต้อง Pay off ให้แหละ
 
และมันก็เป็นจริง อย่าที่คิดไว้ ดังนั้น ใครที่เข้ามาอ่าน ก็อย่าพึ่งท้อแท้ น้อยใจ กับสิ่งที่ตัวเองได้อยู่ตอนนี้เลยนะ
 
ตั้งใจทำงานไปเถอะ แล้วเราจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเองสักวัน (นะ จะบอกให้)
 
ไปก่อนดีกว่า พรุ่งนี้วัน Valentine's ขอให้ทุกคนสมหวังในความรักนะค้าบ
 
ไม่จำเป็นต้องมีแฟน ก็ enjoy วัน Valentine's ได้นะ เพราะยังไงเราก็ยังมีความรักจากพ่อและแม่อยู่เสมอ
 
Happy Valentine's Day na krub...
 
Love U All...
 
Yo

น๊านนนนนนน นานนนน

แหะๆๆๆ
 
ไม่ได้ update spaces มานานแสนนนน นานนน
 
ไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น เหตุผลหลักน่าจะเพราะขี้เกียจเป็นหลัก
 
แต่จริงๆ แล้ว ก็งานยุ่งจริงๆ นะ (เชื่อหน่อยเหอะ นะๆ)
 
มองย้อนไปดูวันที่หลังสุดที่ update ลงไว้วันที่ 25 June นับนิ้วมือ บวกนิ้วเท้าแล้ว ตกประมาณ 8 เดือนได้
 
8 เดือนที่ไม่ได้เข้ามา update มามีหลากหลายเรื่องราวมากๆๆ เล่ากันทั้งคืนก็ไม่จบแน่เลย
 
เอาไว้ค่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ ละกัน (จะพยายามเข้ามา up บ่อยๆ สัญญาๆ)
 
-----------------------------------------------------------------------
 
เมื่อวานพึ่งไปงาน MGT Reunion มาล่ะ
 
ปีนี้ น้องๆ MGT รุ่น 11 เป็นเจ้าภาพจัดงาน theme งานปีนี้ คือ '60 (แบบเรื่อง เก๋า เก๋า)
 
ดังนั้น ชุดแต่งกายต้องให้เข้า theme กันหน่อย
 
แต่ด้วยความขี้เกียจ (อีกแล้ว) จึงไม่ได้ไปหาชุด พอดีเจอ มร ใน MSN เลยนัดกันใส่ชุด นศ. + ไทด์ดำ
 
แล้วก็โทรไปบอก ทิม กับ โบ๊ต ให้แต่งเหมือนๆ กัน แต่สุดท้าย โบ๊ต ดันหักหลังไม่ยอมไป ทั้งที่เป็นคนโทรชวนเพื่อนๆ
 
แต่ก็ให้อภัยได้ พอดี แม่ เค้าไม่สบายขึ้นมาซะงั้น ยังไงก็ให้แม่หายเร็วๆ ละกัน (แต่ขอด่าหน่อย เลวววว)
 
ส่วนใหญ่คนที่จะแต่งตาม theme ก็มีแต่น้องๆ ล่ะ ใส่กันมาอย่างพร้อมเพรียง
 
ไม่ว่าจะเป็น น้องรุ่น 10, 11 และน้องใหม่ รุ่น 12 (อย่างนี้แหละ น้องใหม่ไฟแรง)
 
อ้อ.. ลืมบอกไว้ ว่างานนี้ จัดที่ โรงแรม Windsor (สุขุมวิท 18) อาหารอร่อยใช้ได้ กินไปเยอะเหมือนกัน
 
โดยหลักๆ งานก็ลื่นไหลค่อนข้างดี กิจกรรมมีไม่มากนัก เริ่มจากแนะนำตัวทีละคน ตามด้วยเล่นเกมส์นัดเวลา ปิดท้ายด้วยการแสดงของน้องรุ่น 11
 
งานนี้ ก็รับหน้าที่ ถ่ายรูปให้น้องๆ อีก (งานประจำ ทุกงาน เลยไม่ค่อยมีรูปกับเค้าเลยยย) แต่ไม่เป็นไร เพื่อ MGT ยอมได้ (เชอะๆ)
 
ก่อนจบงานก็ถ่ายรูปหมูๆๆ ร่วมกันมากมาย ไว้คอยตามไปดูใน Photo ละกัน เดี๋ยว up ไว้ให้
 
พอได้มางานอย่างนี้แล้ว อยากกลับไปทำกิจกรรมกับน้องๆ จัง ดูแล้วสนุกดี ไม่ต้องเครียดมาก ไม่เหมือนทำงานเลยยย
 
วันนี้พอหอมปากหอมคอแค่นี้ดีกว่า ไว้มา up ใหม่ นะๆๆ
 
ซาหวาดดีทุกคน
 
โย (กลับมาแล้ว)