Sathit's profileWelcome to YoRaeMon's Sp...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    June 25

    กลับมาอีกครั้ง

     
    หายไปนานเลย ดูวันที่ๆ up spaces ล่าสุดก็ย้อนไปตั้ง 1 เดือนกับอีก 11 วันแหนะ
     
    นานมากเลย สาเหตุก็มาจากหลายเรื่องๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องไปอบรม เรื่องฟุตบอลฟีเวอร์ และที่สำคัญคือความขี้เกียจส่วนตัวนี่เอง ช่วงหลังๆ กลับถึงบ้านก็เหนื่อย ง่วงนอนแล้ว เลยไม่ค่อยได้เข้ามา up สักเท่าไหร่
     
    ผู้เยี่ยมชมหลายๆ ท่าน คงเลิกเข้ามาเยี่ยมชม spaces ของเราแล้วก็เป็นได้เนอะ เพราะเข้ามามันก็ไม่เคย up สักที
     
    แต่ว่า.. อย่าพึ่งเบื่อกัน สัญญาว่าจะเข้า up ให้เหมือนปกติน๊า...
     
    ......................................................................................................................................
     
    กล้บไปดูหัวข้อล่าสุดที่ up ไว้ ก็ตั้งแต่เรื่องงานแต่งงานของเพื่อนๆ ตั้งแต่ หนุ่ม หุย
     
    นึกว่าจะผ่านช่วงเวลาตระเวนงานแต่งแล้ว แต่ล่าสุด เดือน ก.ค. ตุ๋ม ก็มาแต่งงาน เดือน ส.ค. ก็พี่แป้ง เดือนกันยา ก็พี่วิน
     
    เข้าคิวกันแต่งกันทั้งนั้นเลย เฮ้อ...ท่าทางจะใส่ซองทั้งปี เยอะกว่าเสียภาษีให้รัฐฯ ซะอีกนะเนี่ย
     
    น่าจะเอาค่าใส่ซอง ไปลดหย่อนภาษีได้เนอะ เห็นด้วยกันเปล่า....
     
    .....................................................................................................................................
     
    ช่วงนี้หันไปทางไหน ก็พูดถึงแต่ฟุตบอลโลก กระแสแรงจริงๆ ตอนนี้ก็จบรอบแรกไปหมดแล้ว กำลังเข้าสู่รอบสอง
     
    ดีที่ทีมที่เราเชียร์ยังเข้ารอบมาด้วย ทีมนั้นก็คือ อังกฤษ นั่นเอง แต่ฟอร์มไม่ค่อยแจ่มเลย
     
    เทียบกับ เยอรมัน สเปน อาร์เจน แล้ว ยังห่างอยู่เยอะเลย โดยเฉพาะเยอรมัน เล่นดีวันดีคืน
     
    ล่าสุดผ่านเข้ารอบ 8 ทีมไปเจอ อาร์เจนฯ แล้วสิ มันส์แน่ๆๆ
     
    คืนนี้ก็รอดูอังกฤษ พบ เอกวาดอร์ อยากให้ ไอ้หมูบิน เวย์น รูนี่ย์ ยิงได้จริงๆ อุตส่าห์หายเจ็บมา ตอนนี้เป็นนักบอลที่ชอบที่สุดเลยล่ะ ไม่รู้เป็นเพราะหุ่นอ้วนๆ กลมๆ เหมือนกันรึเปล่า (ห้ามหัวเราะ....)
     
    ส่วนคู่ดึก ก็สุดมันส์เลย โปรตุเกส กับ ฮอลแลนด์ อยากให้โรนัดโด้ (โปรตุเกส) ยิงได้ เช่นเดียวกับ รุด (ฮอลแลนด์) ที่ไม่รู้ว่าปีหน้าจะอยู่ แมนฯ ยูฯ ต่อไปรึเปล่าด้วยยย เอาใจช่วยทั้งคู่ละกัน เล่นให้สนุกก็พอ
     
    ตอนนี้ที่ office ก็เล่นทายผลบอลโลกกัน เล่นแบบขำๆ ไม่มีเงินเกี่ยวข้อง พี่โก้ ผ.อ. ฝ่ายยังมาเล่นด้วยเลย 555
    แต่ตอนนี้พี่แก อยู่ที่โหล่อยู่ แต่ก็คะแนนไม่ห่าง ยังได้ลุ้นกันทุกคน
     
    ต้องรอดูว่าจบบอลโลกแล้ว ใครจะแม่นที่สุด
     
    .....................................................................................................................................
     
    เดือนนี้ทำงานน้อยมากเลย นับวันทำงานทั้งหมด 20 วันในเดือนนี้ เราได้ทำงานจริงๆ แค่ 7 วัน อบรม 13 วัน
     
    โห..อะไรจะปานนั้น ก็เล่นลงหลายหลักสูตรเลยหนิ ไม่ว่าจะเป็น product knowledge, CLB, และก็กฏหมาย
     
    และยังมีสอบวัด Credit Skill อีกต่างหาก ล่าสุดไปสอบมาเมื่อวาน ก็คิดว่าน่าจะผ่านละ
     
    Credit Skill ที่ว่าเนี่ย ค่อนข้างกดดันเหมือนกัน มันเป็นหลักสูตรของ OMEGA Performance สถาบันที่เค้าให้การอบรมแก่พนักงานธนาคารหลายแห่งทั่วโลก ใครผ่านก็สามารถเอาไป Cert. ติดตัวไปใช้ได้ด้วย
     
    คร่าวๆ มันประกอบไปด้วย 14 modules บวกกับ KBank Credit Policy อีก 1 เป็นทั้งหมด 15 modules ที่ต้องสอบผ่านให้หมดภายใน 1 ปี หลังจากเรียนแล้ว ปีนึงเค้าให้โอกาสสอบ 4 ครั้ง ถ้าใครไม่ผ่านจะต้องโดนย้ายฝ่าย ไปทำงานที่ไม่เกี่ยวกับ Credit..... เป็นไงล่ะ กดดันมั้ยล่ะ พี่ๆ หลายคน นี่เครียดกันไปเลย แต่จริงๆ เราว่ามันก็ไม่ยากหรอก ถ้าเรียน และอ่าน น่าจะผ่านได้
     
    ตอนเราก็สอบหมดแล้ว ผ่านไปแล้ว 6 modules รอลุ้นผลอีก 9 modules ที่เหลือ ไว้จะบอกว่าผลเป็นไง ขอให้ผ่านหมดเถืด สาธุ.............
     
    .....................................................................................................................................
     
    ว่าแต่ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เป็นไงกันบ้าง สบายดีกันรึเปล่า ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย รักษาสุขภาพกันด้วยล่ะ
     
    อากาศเปลี่ยนแปลง ไปไหนมาไหน ก็ระวังด้วยนะ ขับรถกันดีๆ
     
    มีอะไรก็ update กันด้วยเนอะ แล้วจะแวะเข้าไปอ่านใน spaces ของทุกคน (ให้คำมั่น...)
     
    วันนี้ไปก่อนละ ไปหาข้าวให้พ่อกินก่อน (แม่ไม่อยู่ หนิ)
     
    บายยยย คับ
     
    โย (ฟุตบอล ฟีเวอร์)
     

     
    May 14

    ตะเวนงานแต่ง

    หายไปนานอีกแล้ววว ไม่ได้ update นานเลย
     
    สืบเนื่องจากงานเยอะมากจริงๆ และยังต้องเดินทางไปนู่นไปนี่ตลอดเลย
     
    วันนี้ก็พึ่งไปงานแต่งงานหุยกับตู่ พึ่งกลับมาเนี่ย เลยขอ update สักนิดไม่ให้ spaces ดูเก่าจนเกินไป
     
    ย้อนไปงานแต่งงานหนุ่มกับบ๋อมก่อนดีกว่า ซึ่งจัดไปวันที่ 5 ที่เชียงใหม่ และวันที่ 13 ที่อุบลฯ
     
    ด้วยความที่รักเพื่อนมากกก เลยไปซะ 2 ทีเลย แต่ก็ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยล่ะ
     
    งานทั้ง 2 ที่ก็จัดคล้ายกันเลย แต่ที่อุบลฯ จะคนเยอะกว่า เนื่องจากแขกของพ่อหนุ่มมาเยอะเหลือเกิน
     
    ที่อุบลฯ มี ชิดชัย รักษาการนายกฯ มาเป็นประธานด้วย ดูยิ่งใหญ่ดีจิง
     
    ในงานเจ้าบ่าวของเรามีการโชว์เพลง "เพื่อเธอตลอดไป" ให้เจ้าสาวฟังด้วย ซึ้งดีๆ แม้ว่าจะเพี้ยนไปบ้างนะเพื่อน
     
    ตอนสัมภาษณ์กันในงาน ก็ขำดี บ๋อมตอบแบบตรงๆ ตลกดี ดูแล้วก็น่ารักดีทั้งคู่เลย
     
    นอกจากนั้น ไฮไลท์ยังมีพ่อหนุ่ม ออกมาโชว์ร้องเพลง Elvis อีกต่างหาก
     
    ที่เชียงใหม่โชว์ไป 2 เพลง ที่อุบลฯ ที่โชว์ไป 4 ได้มั้ง (แบบเมดเล่ย์เลย) มันส์ดี ดูคึกครื้นมากๆๆ
     
    ไว้จะเอารูปงานมาให้ดูใน blog ละกันนะ
     
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    ส่วนงานแต่งหุยที่พึ่งไปมาวันนี้สดๆ ร้อน
     
    ก็จัดที่ โรงแรมสุโขทัย ถนนสาธร เป็นลักษณะของ cocktail
     
    โรงแรมนี้ บรรยากาศดี ดูอบอุ่น เป็นกันเองดี แต่ว่าจะเล็กไปหน่อย จัดพวก buffet หรือ โต๊ะจีนไม่ค่อยได้
     
    งานนี้น่าเสียดาย ตรงที่พ่อแม่ หุยมาร่วมงานไม่ได้ เนื่องจากพ่อหุย ไม่สบายหนักมาก (เป็นมะเร็งน่ะ)
     
    จริงๆ แล้วสาเหตุที่หุยต้องรีบแต่ง ก็เพื่อพ่อนี่ล่ะ แต่พ่อก็ไม่สามารถมาร่วมงานได้ ต้องอยู่โรงพยาบาลตลอดเลย
     
    น่าสงสารหุยมากเลย ตอนบนเวที บางทีหน้าหุยก็ดูไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไหร่ แต่ก็ใจแข็งมากที่ยังเก็บอารมณ์ได้
     
    ตอนตอบคำถามสัมภาษณ์ เราว่าทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวตอบได้ดีมากเลย
     
    แม้ว่าตอนคบกัน เรารู้สึกว่า เค้าไม่ค่อยสวีทอะไรกันเท่าไหร่ แต่จากการตอบคำถามแล้ว
     
    รู้เลยว่า ทั้ง 2 คนรักกันมากจริงๆ ยังไงก็ยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะ ขอให้มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขนะจ๊ะ
     
    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    ผ่านไป 2 งานติดๆ กัน ตอนนี้ก็เริ่มได้พักการเดินทางบ้าง หลังจะตะลอนทัวร์ไปหลายที่
     
    ช่วงนี้ก็มีข่าวจากเพื่อนๆ แจ้งว่าจะแต่งงานกันเป็นแถว ปีนี้รวมๆ แล้วน่าจะประมาณ 10 คนได้ล่ะ
     
    ก็อย่างว่า เริ่มถึงวัยกันแล้วหนิ ส่วนใหญ่เพื่อนๆ จะอายุมากกว่าเรา เลยชิงแต่งกันก่อน
     
    เชิญตามสบายเลยนะ พี่ๆ เพื่อนๆ ส่วนตัวเองคงอีกนานนนนค้าบบบ
     
     
    แค่นี้ก่อนนะ
     
    โย
    May 02

    มาแล้ววว_ชีพจรลงเท้า

    หายไปนานนนนเลยยย อิ อิ อิ....
     
    เกือบ 3 อาทิตย์ได้ละสิ ที่ไม่ได้ up blog เลย
     
    ข้ออ้างที่ดูดี ก็คือ งานยุ่งจริงๆ นะ
     
    ข้ออ้างที่ดูไม่ดี ก็คือ ขี้เกียจ up ด้วยล่ะ
     
    ทั้ง 2 อย่างผสมกัน ทำให้ไม่ได้ up สักที วันนี้ไม่รู้ฤกษ์งามยามดีอะไร มา up สักเล็กน้อย จะได้ไม่โดนประนาม
     
    2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวต่างๆ มากมายเกิดขึ้นเยอะแยะ
     
    ไล่ตั้งแต่ Team Lead ลาออก และมี Team Lead ใหม่เข้ามาแทน
     
    ไปทานข้าวเย็นกับเพื่อนๆ MBA เพื่อเลี้ยงฉลองหนุ่มเตรียมสละโสด
     
    ไปดื่มเหล้าเกือบเมามายที่ Route 66 กับเพื่อนๆ น้องๆ จนวันต่อมา hang ที่ทำงานเลย
     
    ไปทานข้าวเย็นกับน้องๆ GM รุ่น 8 ต้อนรับ กุ้ง ยิ้ม อ้อม กลับมาเยี่ยมประเทศไทยชั่วคราว
     
    ล่าสุดก็ไปเที่ยว Malaysia มา พึ่งกลับมาเมื่อวานสดๆ ร้อนๆ
     
    เดี๋ยวสุดสัปดาห์นี้ ก็ต้องไปแอ่วเหนือ ที่เมืองเชียงใหม่อีกเจ้า เนื่องในโอกาสวันแต่งงานบ๋อมและหนุ่ม
     
    สุดสัปดาห์หน้า ก็บินไปอุบลฯ ไปงานแต่งงานเพื่อนคู่เดิมอีกเช่นกัน แต่เปลี่ยนสถานที่
     
    ช่วงนี้เลย ชีพจรลงเท้าอย่างแรง เดินทางไปนู่นไปนี่
     
    ส่วนงานการ ก็เยอะเอาการ เลยล่ะ แต่ก็ยัง enjoy อยู่ล่ะ ไม่มีเหนื่อย ไม่มีท้ออยู่แล้นนน
     
    ส่วนเพื่อนๆ น้องๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าทุกคนคงสบายดีกันทุกคนนะ
     
    อย่าลืมสนุกสนานกับชีวิต และดูแลรักษาตัวกันดีๆ นะ ว่างๆ อย่าลืมชวนไปเที่ยวกันล่ะ
     
    บายยย
     
    โย 
    April 14

    วันครอบครัว

    วันนี้ วันที่ 14 วันที่สองของวันหยุดสงกรานต์ แล้วก็ถือว่า เป็นวันครอบครัวด้วย
     
    ไอ่เราก็สงสัยอยู่ว่าทำไมถึงเลือกวันนี้เป็นวันครอบครัว ไม่รู้มีที่มาที่ไปยังไง ใครรู้ช่วยบอกทีนะ
     
    อย่างที่ได้เคยบอกไปว่า จะพาแม่ไปไหว้พระ เพราะแม่ชวนไว้ตั้งนานแล้ว ว่าให้ไปช่วงสงกรานต์
     
    ก็เลยทำตัวเป็นลูกกตัญญู พาแม่ไปตามที่แม่ขอ ทำให้วันนี้ต้องลุกจากที่นอนแต่เช้า
     
    แต่กว่าจะออกจากบ้านก็ปาเข้าไป 7 โมงครึ่งแล้ว มุ่งหน้าสู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
     
    จุดหมายแรกก็คือ วัดถ้ำดาวเขาแก้ว วัดนี้แม่เคยนำรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม สูงสัก 2 เมตรกว่า มาถวายไว้ที่วัดนี้
     
    เลยได้มีโอกาสมีไหว้หลายครั้ง ก่อนหน้านี้พึ่งมาประมาณเดือนตุลาฯ ปีที่แล้ว
     
    บรรยากาศของวัดที่นี่ค่อนข้างร่มรื่น ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก อยู่ในซอยเข้าไปจากถนนใหญ่ค่อนข้างลึก
     
    ส่วนหนึ่งของวัดนี้ จะมีถ้ำ ที่สามารถเข้าไปได้ ภายในถ้ำจะมีหินที่ถูกน้ำกัดเซาะ จนดูคล้ายกับเป็นรูปหน้าเจ้าแม่กวนอิม
     
    เลยมีชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธา มากราบไหว้กันบ้างเหมือนกัน แต่มาคราวนี้เราไม่ได้เดินเข้าไปในถ้ำ
     
    มีแต่เจ้ยู กับแนน เข้าไป เพราะอยู่ดูแลแม่ดีกว่า (จริงๆ แล้ว ก็ขึ้เกียจเดินด้วยล่ะ อิ อิ)
     
    กว่าจะไหว้ และลาของที่ไหว้เสร็จก็ 11 โมงกว่าแล้ว ก็เลยเดินทางต่อ
     
    จุดหมายคือ วิหารหลวงปู่โต (พรหมรังสี) ที่เป็นมูลนิธิและสถานที่ ที่สรพงษ์ ชาตรี เป็นประธาน
     
    เมื่อเดือนตุลาฯ ที่แล้ว ก็เคยมาวิหารนี้แล้วครั้งนึง แต่คราวนี้คนเยอะมาก คงเพราะเป็นช่วงสงกรานต์
     
    เลยแห่กันมาทำบุญ เพื่อเป็นสิริมงคลกันยกใหญ่
     
    วิหารแห่งนี้สร้างได้สวยมาก จะมีองค์หลวงปู่โต สูงมากๆๆๆ ประมาณ 20 เมตรเห็นจะได้
     
    จริงแล้วๆ ตอนแรก เค้าสร้างองค์หลวงปู่โต อย่างเดียว ไว้กลางแจ้งเลย
     
    แต่หลังๆ รู้สึกว่าจะมีคนทักว่า ให้องค์ฯ ตากแดดไม่ดี
     
    เค้าเลยสร้างวิหารครอบองค์ฯ อีกทีนึง ซึ่งตอนนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ
     
    ที่วิหารนี้ เค้าติดป้ายอ้างว่า องค์หลวงปู่โต นี้ที่สูงที่สุดในโลก (ก็น่าจะใช่แหละ เมืองนอกคงไม่มีใครทำหรอก)
     
    เมื่อก่อนเราก็ไม่ค่อยรู้จักหลวงปู่โตเท่าไหร่หรอก เคยได้ยินแต่ชื่อของท่าน
     
    แต่หลังๆ เรารู้สึกได้เลยว่า ท่านเป็นพระที่มีคนเลื่อมใส นับถือ ศรัทธา กันมากจริงๆ
     
    สิ่งที่น่าสนใจคือ บริเวณรอบๆ ของวิหารนี้ทำได้สวยงาม มีต้นไม้ และสิ่งก่อสร้างสวยงาม
     
    อีกอย่างนึงที่น่าสนใจคือ เค้าจะไม่มีขายอาหาร แต่ทางวิหารจะทำเลี้ยงคนทุกคนที่มาทำบุญ
     
    โดยมีโรงอาหาร แจกราดหน้า และน้ำแข็งใส เป็นลักษณะบุฟเฟ่ ทานเท่าไหร่ก็ได้
     
    แต่เราว่า มูลนิธิฯ นี้น่าจะสร้างรายได้ ได้เยอะเลยล่ะ เพราะตลอดทางเดินเข้าไปก่อนถึงองค์หลวงปู่
     
    จะมีที่ให้ทำบุญตลอด แต่เค้าก็ให้ทำตามศรัทธาล่ะ ไม่ได้บังคับให้ทำเยอะทำน้อย
     
    แต่เราก็ว่า โดยเฉลี่ยคนนึงน่าจะทำบุญไปตลอดทาง มากกว่า 100 บาท
     
    แต่ก็ดีล่ะ เค้าจะได้นำเงินเหล่านั้นมาสร้างและบำรุงรักษาวิหารให้อยู่ในสภาพสวยงามอย่างนี้ต่อไป
     
    พวกเราใช้เวลาอยู่ที่วิหารฯ นี้ประมาณ 2 ชม. ก่อนจะเดินทางกลับ กทม.
     
    ระหว่างทาง ฝนตกหนักมาก ขับรถแทบจะมองไม่เห็นทาง แต่ยังดีพอถึงสระบุรีแล้ว ฝนหยุด
     
    ขากลับก็มีแอบง่วงนิดหน่อย เลยแวะปั้มน้ำมัน เพื่อเรียกความสดชื่น 1 ครั้งเพื่อความปลอดภัย
     
    เพื่อนๆ น้องๆ ก็ควรระวังไว้นะ เวลาขับรถ ถ้าง่วงอย่าฝืนเลย วันนี้เราเห็นอุบัติเหตุตลอดทางเลย
     
    ทำให้วันนี้ขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ (แต่ก็ขับ 140-150 กม./ชม. อยู่ดี) --> อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะ
     
    กว่าจะถึงบ้านก็ 4 โมงครี่งพอดี ดูระยะทางที่หน้าปัดรถแล้ว วันนี้ขับรถไปประมาณ 600 กม. ได้
     
    เหนื่อยจัง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอีกต่างหาก แต่ก็เอาหน่า ได้ทำบุญ แล้วจิตใจปลอดโปร่ง สบายใจ
     
    อย่างน้อยที่สุดก็ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สมกับเป็นวันครอบครัวของชาติ อิ อิ อิ....
     
    บายยย ฮะ
     
    โย เร มอน
    April 13

    สวัสดีวันสงกรานต์

    ไม่ได้ Update นานเลย เกือบครึ่งเดือนแล้วสิเนี่ย
     
    ไหนๆ วันนี้วันสงกรานต์ หยุดหลายวันไม่ได้ไปไหน เลยมา up ซะหน่อย
     
    ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา งานค่อนข้างยุ่งพอสมควรเลยล่ะ
     
    ต้องรับงานจาก Team Leader ทั้ง 2 คน เหนื่อยเลย แต่ก็ดี ได้เรียนรู้ ได้รับผิดชอบมากขึ้น
     
    นอกจากงานแล้ว ยังต้องไปอบรม FAB (Financial Accountng for Bankers) อีกตั้ง 4 วัน
     
    แต่คราวนี้ไปอบรมที่ สำนักพหลฯ แต่เดือนหน้าสิ ต้องไปอบรม CLB (Commerical Loan for Bankers) ที่บางปะกง
     
    ทั้ง 2 คอร์สนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Omega ที่ต้องผ่านหากต้องการทำงานสายเครดิตต่อไป
     
    การสอบแบ่งออกเป็น 15 modules ถ้าสอบแล้วตก modules ให้ ก็ให้สอบซ่อมเฉพาะ modules นั้น
     
    แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ยากมากหรอก คงจะผ่านแหละ แต่ไม่รู้ว่าจะสอบผ่านหมดในทีเดียวรึเปล่าน่ะสิ
     
    ตอนนี้ที่ฝ่ายจะรับคนใหม่เข้ามาหลายคนเลย วันที่ 17 นี้ก็มา 1 คน วันที่ 24 ก็จะมาอีกคน
     
    แต่ตอนนี้เท่าที่เราสังเกตุ ดูเหมือนพี่สมบูรณ์ Team Leader ของเรา จะลาออกในไม่ช้า
     
    เพราะหลังๆ เค้าไม่ค่อย active และเหมือนจะดูหงอยๆ ไป พี่ๆ บางคนก็คิดเหมือนเรา
     
    แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกันมาก มันไม่ดี รอดูไปก่อนดีกว่า
     
    จริงๆ พี่เค้าก็เก่งนะ แต่รู้สึกว่า เค้าจะเคยมีปัญหาขัดแย้งกับพี่บางคนในฝ่าย ซึ่งเรื่องเกิดก่อนที่เราเข้ามา
     
    แต่ตอนเราทำงานกับเค้า ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ อย่างนี้แหละคนเราทำงานคนละสไตล์กัน
     
    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    นอกจากงานที่ Kbank แล้ว ตอนนี้ยังต้องรับผิดชอบงานของชมรม MBA Chula ด้วย
     
    เนื่องจากตอนนี้ชมรมที่โครงการ Junior MBA Chula (JUMC) เป็นโครงการที่จะรับเด็กจบปริญญาตรีใหม่ๆ
     
    เข้ามาทดลองเรียน MBA ดู เป็นระยะเวลาประมาณ 10 วัน 
     
    หลักสูตรการเรียนก็คล้ายๆ เรียน MBA จริงๆ แหละ แต่เรียนวิชาละ 3 ชม.
     
    ทำให้เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ต้องรับหน้าที่ไปสัมภาษณ์น้องๆ ที่สมัครเข้ามาและสอบผ่านข้อเขียนแล้ว
     
    งานนี้มีน้องมาสมัครทั้งหมด 500 กว่าคน ผ่านข้อเขียน 121 คน แต่มาสัมภาษณ์จริงๆ 93 คน
     
    การสัมภาษณ์ก็แบ่งออกเป็น 3 ห้องๆ ละ ประมาณ 30 คน มีกรรมการสัมภาษณ์ห้องละ 3 คน
     
    ตอนสัมภาษณ์เราก็สนุกดีนะ ได้รู้ความคิดของเด็กจบใหม่ๆ ที่หลากหลายดี
     
    บางคนก็มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน บางคนก็ไม่มีเลย
     
    แต่ที่แน่ๆ เห็นได้ว่า เด็กพวกนี้ค่อนข้างจะแสวงหาความรู้อยู่เสมอ ไปเข้าร่วมโครงการนั้นโครงการนี้
     
    มองย้อนไปสมัยเราจบใหม่ๆ เราไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่เลยยย แย่เนอะๆ
     
    จะว่าไป ตอนนี้ trend การเรียนต่อ MBA นี่แพร่หลายชะมัด
     
    ทุกแขนง ทุกสาขา หันมาเรียน MBA กันเยอะเลย บางคนเรียนจบโทแล้ว ก็ยังมาเรียน MBA อีกใบ
     
    คงเป็นเพราะกระแสที่ว่า จบ MBA แล้วจะก้าวหน้าไปในตำแหน่งบริหารในองค์กรได้ล่ะมั้ง
     
    แต่ในความคิดแล้ว มันก็ไม่เกี่ยวเสมอไปหรอก คนจบสาขาอื่นๆ เค้าก็โตกันทั้งนั้น
     
    แต่ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าคนที่ไม่ได้จบบริหารธุรกิจโดยตรง ก็น่าจะมาเรียนไว้เหมือนกันนะ
     
    เพราะจะได้เข้าใจพื้นฐานทางธุรกิจ ถ้าได้เอาไปใช้กับความรู้เดิมที่เรียนมา คงจะดีไม่น้อย
     
    แต่สำหรับเรา จบตรีบริหาร โทก็บริหารอีก เลยดูแล้วอาจจะซ้ำซ้อนไปหน่อย ประโยชน์ที่ได้เลยอาจจะน้อยกว่า
     
    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    สงกรานต์ปีนี้ เพื่อนๆ น้องๆ มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนกันรึเปล่า
     
    เราไม่ได้ไปไหนเลย มีแต่พรุ่งนี้ (วันที่ 14) จะพาแม่ไปไหว้พระที่ อ.ปากช่อง โคราช พอดีแม่อยากไป
     
    ก็ดี ไปทำบุญ ไหว้พระ จะได้เป็นสิริมงคลกับชีวิต นานๆ หยุดที ก็ใช้เวลากับครอบครัวดีที่สุด จริงมั้ยยย
     
    นึกย้อนไปปีก่อนๆ ว่าสงกรานต์ เราไปทำอะไรบ้าง
     
    ปีที่แล้ว --- ไป เมกา เพราะไปแข่ง case competition มา
     
    2 ปีที่แล้ว --- ไประยอง
     
    3 ปีที่แล้ว --- ไปตรัง
     
    4 ปีที่แล้ว --- ไปเล่นน้ำตรอกข้าวสาร
     
    5 ปีที่แล้ว --- บวชเป็นพระ อยู่ที่วัด
     
    อืมมม ปีนี้เลย เป็นปีที่ไม่ได้มีกิจกรรมสงกรานต์เหมือนปีก่อนๆ เลย
     
    เพื่อนๆ น้องๆ ไปเที่ยวไหนกันมา อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันด้วยนะ
     
    ไปเที่ยวไหน ก็ระมัดระวังตัวละกัน เดินทางปลอดภัย สนุกสุขใจกันทุกคนนะค้าบบ
     
    สวัสดีวันสงกรานต์ จ้า
     
    โย โย่ โย้
    March 30

    อยากไปเที่ยวทะเล

    ช่วงนี้อากาศร้อนอีกแล้วเนอะ ว่ามั้ย
     
    คุยกับใคร ก็มีแต่คนพึ่งไปทะเลมา หรือไม่ก็กำลังจะไปเที่ยวทะเล
     
    น่าอิจฉาจริงๆ จะว่าไป เราก็ห่างการไปเที่ยวทะเลมาสักพักใหญ่ๆ แล้วนะเนี่ย
     
    ถ้าพูดถึง ทะเล ทำให้คิดถึง หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นที่แรกเลย
     
    นึกถึงครั้งที่แล้วที่ไปกับเพื่อน mba ก็เกือบจะครบ 2 ปี ในเดือนหน้าแล้วสิเนี่ย เร็วจัง
     
    ยังติดใจความงามทั้งบนพื้นทราย และในน้ำอยู่เลย
     
    นึกแล้วก็คิดถึง หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีเขียวมรกต ปะการังหลากสีสัน ฝูงปลานานาพันธุ์
     
    และที่ลืมไม่ได้เลย คือ เต่าทะเล ที่พวกเราพยายามว่ายตามมันไป แต่ไม่ทัน
     
    โอ้ยยย คิดแล้ว อยากจะไปวันนี้ วันพรุ่งนี้เลย
     
    จำได้เมื่อครั้งที่แล้ว กลับมา ตัวดำปี๋เลย โดนอาจารย์สมเกียรติแซวเลยว่า ไปออกรบที่ไหนมา
     
    แต่ถึง ดำ มาก แค่ไหนก็ยอม ไม่ได้หาเวลาไปได้ง่ายๆ นะ (แอบ psycho ให้คนอื่นอยากไป อิ อิ อิ)
     
    ว่าแล้่ววว ใครสนใจหรือมีโปรแกรมไปเที่ยวทะเลที่ไหนดีๆ อย่าลืมมาชวนกันไปด้วยนะ
     
    บายย ฮะ
     
    โย โมสต์ (คิดถึง ทะเล) 
     
    March 29

    ฝากไว้ในใจเธอ

     
     
    เพลงนี้ไม่รู้จำกันได้เปล่า เก่าพอสมควร 
     
    แต่ชอบมากเลย เผอิญมีเรื่องที่ทำให้นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
     
    ก็ขอมอบให้คนที่ต้องการกำลังใจละกันน้า
     
     
    ชื่อเพลง : ฝากไว้ในใจเธอ
     
    ศิลปิน : 3 D C
     
     
    ก็ตัวฉันเอง   ไม่ได้มีความสำคัญ   สักเท่าใด   ให้กับใครได้จำ

    ทุกถ้อยคำ    ที่บอกเธอ    หวังเพียงเธอจะเข้าใจ   ว่าสิ่งใดที่ฉันมี


    แค่ให้เธอ  ได้รับรู้ว่า   หากว่าฟ้า     จะมืดไม่สดใส
     
    จะช่วยเป็นแรง    ให้เธอได้ก้าวไป   หากทางไกล     จะพร้อมเป็นเพื่อนเธอ


    * ไม่ได้เรียกร้อง.. ให้เธอมาสนใจ   ไม่ต้องรักและใส่ใจ   อย่างเช่นคนรักกัน

    อยากฝากแค่เพียงความห่วงใย   และจริงใจให้กัน   ให้กำลังใจนั้นเคียงเธอไป ( ฝากไว้ในใจเธอ)


    หากวันไหนเธอ   หมดเรี่ยวแรงและกำลัง    จะสู้ไป   ร้องไห้เสียน้ำตา

    ฉันจะมา    ช่วยปลอบโยนให้ตัวเธอ   คลายเศร้าใจ   สู้ต่อไปตามฝันเธอ


    แค่อยากจะขอ    ที่เล็กๆในหัวใจ   เก็บฉันไว้   เป็นเพื่อนเมื่อเธอเหงา
     
    เก็บความผูกพัน    ส่วนนั้นเป็นของเรา   หากเธอเหงา   จะพร้อมเป็นเพื่อนเธอ


    ( ซ้ำ * ) Instru : C# / Cm / C# / Eb / Fm / C# / Cm / Fm / C# / Eb

    ( ซ้ำ * , * )

    งานบวชเช้า งานแต่งเย็น

    วันเสาร์ที่แล้ว ภารกิจรัดตัวมาก ทั้งๆ ที่พึ่งกลับจาก บางปะกง เมื่อวันศุกร์
     
    เสาร์เช้า ด้วยการได้รับบัญชาจากคุณแม่สุด love ให้ไปถ่ายรูปงานบวช ของญาติให้เค้าหน่อย
     
    เนื่องด้วยเป็นผู้เดียวในตระกูลรึไงไม่แน่ใจ ที่ถ่ายรูปได้ เลยได้ถูกเรียกใช้บริการอยู่บ่อยๆ
     
    ปกติก็ไม่บ่นไรมาก แต่คราวนี้เป็นญาติที่ไม่ค่อยอยากจะเกี่ยวข้องด้วยสักเท่าไหร่ แต่ก็ไปอยู่ดีตามมารยาท และน้ำใจ
     
    งานบวชของญาติคนนี้ มีการออกบัตรเชิญอย่างเป็นทางการด้วย แถมยังบวชที่วัดเทพศิรินทร์ วัดหลวงชื่อดังอีกต่างหาก
     
    งานนี้จึงถูกคาดการณ์ว่า งานช้าง แน่นอน (แถมคนบวช ยังชื่อ ช้าง อีกต่างหาก)
     
    ตอนเราบวชไม่เห็นจะต้องออกบัตรเชิญ คนก็ยังมาให้กำลังใจกันแน่นขนัดเลย
     
    งานบวชครั้งนี้เลยถูกจับตามอง และไม่ต้องห่วง ต้องโดนญาติคนอื่นๆ เอาไปเปรียบเทียบกับงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
     
    ด้วยความที่เป็นวัดชื่อดัง จึงมีพระและเณรมาบวชในวันเดียวกัน รวมทั้งหมด 15 รูป เยอะมากกก
     
    เหมือนเข้าคิวกันบวชอะไรทำนองนั้นเลย ตอนเข้าโบสถ์ก็ต้องรอแห่รอบโบสถ์กันให้ครบทุกคนก่อนถึงจะเริ่มได้
     
    ขั้นตอนการบวชก็เหมือนกับตอนเราบวชเลย ต้องมีการท่องบทสวดขอบวช แล้วก็ทำพิธีต่างๆ มากมาย
     
    เราก็เลยเหนื่อยเลย เพราะกว่าจะถ่ายรูปได้ต้องคอยหลบมุมนู้นมุมนี้ ไม่ให้โดนพระรูปอื่นๆ บัง
     
    แถมต้องรอคิวตั้งนาน กว่าจะถึงคิวของญาติเรา งานนี้เลยเหนื่อยมาก แถมยังทำให้เราไปงานแต่งสายอีกต่างหาก
     
    จริงๆ ต้องไปถึง 4 โมง เพื่อนไปช่วยงานเค้า เราเลยคิดว่าไปสายคงไม่เป็นไร
     
    แต่ที่ไหนได้ พี่เจ้าบ่าว โทรมาตาม ว่าจะให้มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ตอนนั้นเรายังไม่ถึงไหนเลย
     
    เค้าก็เลยพูดเสียเหมือนโกรธๆ ว่า อ่าว กอล์ฟ ไม่ได้บอกโยเหรอ ว่าพี่จะให้มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว
     
    จริงๆ กอล์ฟก็บอกแหละ แต่บอกก่อนที่จะรู้ไม่ถึง 1 ชม.เลย เพราะกอล์ฟนึกว่า พี่เค้าบอกเราแล้ว
     
    เค้าก็เลยต้องไปเอาพี่ชาย กับแฟนกอล์ฟ มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวแทน
     
    ส่วนเราก็รีบกลับบ้าน อาบน้ำแต่งตัว มางานแต่งพี่เค้า ซึ่งจัดที่ โรงแรม ปาร์ค นาย เลิศ
     
    กว่าจะไปถึงก็ปาเข้าไป 5 โมงแล้ว ก็เลยต้องรีบไปขอโทษพี่เค้าก่อน ดีที่เค้าไม่ว่าอะไร
     
    แล้วก็ให้เราช่วยงานส่วนอื่นๆ แทน ซึ่งได้แก่ การเปิด Presentation ของเค้า
     
    งานแต่งครั้งนี้ ก็จัดเป็น cocktail แขกประมาณ 400 คนได้มั้ง ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น
     
    เพื่อน MBA มาน้อยมาก ไม่ถึง 20 คนเลย เนื่องจากพี่เค้าเชิญด้วยการส่งเข้าอีเมลล์รุ่น
     
    เพราะเค้าไม่อยากเปลืองการ์ด และไม่อยากให้คนมาเยอะ ไอ่เราก็แปลกใจว่าทำไมไม่อยากให้เพื่อนๆ มากันเยอะเหรอ
     
    ถ้าเป็นงานเรา (ไม่รู้เมื่อไหร่ กับใคร ที่ไหน) คงอยากให้เพื่อนๆ มากันเยอะ
     
    ไม่รู้ว่ากลัวไม่คุ้มรึเปล่า เพราะเค้าอาจจะคิดว่า เด็กๆ คงใส่ซองกันน้อย ซึ่งเราไม่เห็นด้วยเลยจริงๆ 
     
    แต่ช่างเหอะ งานเค้าไม่ใช่งานเรา พูดไรมากไม่ได้ สรุปเลยมากันไม่เยอะเหมือนงานเพื่อนคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้
     
    งานนี้มีบุคคลมีชื่อเสียงที่เรารู้จักมา 2 คน คือ อุ้ม สิริยากร กับ บิ๊กหอย ธวัชชัย สัจจกุล
     
    อุ้มน่ารักดี ดูดีกว่าในทีวี จอย เพื่อนเรา ก็เลยไปขอเค้าถ่ายรูปด้วยซะงั้น ไว้เอารูปมาให้ดู
     
    งานแต่งจบด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากแขกมากันเร็ว ขึ้นเวทีเร็ว ไม่ถึง 2 ทุ่มก็หมดพิธีการแล้ว
     
    แต่ด้วยความเป็น cocktail ทำให้เราไม่อิ่มเลย ต้องกลับมาทานข้าวที่บ้านอีกอยู่ดี
     
    ฮือออ สรุปวันเสาร์ที่ผ่านมา เลยเหนื่อยทั้งวันเลย แต่ก็ได้ทำประโยชน์เพื่อคนอื่นบ้างก็ดีไม่น้อย
     
    เพื่อนๆ เริ่มทยอยเข้าคิวกันแต่งงานละ ดีจัง จะได้มีหลานๆ เยอะน่าดู
     
    ใครจะแต่งอีก อย่าลืมเชิญเราล่ะ แซงกันไปก่อนเลย ไม่ต้องรอนะ
     
    ฮิ ฮิ ฮิ
     
    โยเรมอน  
    March 27

    ปฐมนิเทศ

    ไม่ได้ up มาหลายวัน ช่วงนี้ร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ (ไม่ได้หมายถึงว่า ผอมลงนะ ยังคงอ้วนเหมือนเดิม)
     
    แต่เหมือนร่างกายมันไม่ค่อยสดชื่นอ่ะ เหมือนเจ็บนู่น ปวดนี่ ไปซะงั้น ไม่รู้เป็นอะไร
     
    เมื่อพุธถึงศุกร์ที่แล้ว ก็ไปปฐมนิเทศ ที่ อ.บางประกง มาล่ะ
     
    หลังจากเข้างานมา 2 เดือนกว่าๆ ก็ได้ไปซะที คราวนี้ไปมีพี่เด่น จากฝ่ายเดียวกันไปด้วย
     
    พี่นุช แอบชิ่งซะงั้น เนื่องจากติดประชุม และไม่มีเพื่อนผู้หญิงไป โห่ๆๆๆๆ
     
    เนื่องจากเป็นการไปบางปะกงครั้งที่ 3 แล้ว เลยไม่ตื่นเต้นไร แต่ก็เกือบไปขึ้นรถไม่ท้น
     
    สาเหตุเพราะมัวแต่เก็บข้าวของสัมภาระ ที่พึ่งมาจัดตอนเช้า เลยลืมนู่นลืมนี่
     
    สุดท้ายพอออกบ้าน เดินมาขึ้นรถ พึ่งนึกได้ ว่าลืมโทรศัพท์มือถือซะงั้น จะเดินกลับไปเอาก็ไม่ได้
     
    เพราะล็อกประตูบ้านพร้อมทั้งโยนกุญแจเข้าไปในบ้านแล้ว เลยปล่อยตามมีตามเกิด เดี๋ยวค่อย divert เข้าเครื่องพี่เด่น
     
    ไปถึงกสิกรฯ ก็มีรถบัสมารอแล้ว 2 คน คนเริ่มขึ้นรถกันไปแล้ว เราก็เลยต้องรีบหน่อย
     
    บนรถขึ้นไปก็ไม่รู้จักใครเลย นั่งแอบเหงา (เสนาหอย) ตลอดทาง ในขณะที่คนอื่นๆ คุยกันอย่างหนุกหนาน
     
    เลยแอบงีบซะงั้น แต่คราวนี้ รถบัส ไม่รู้เป็นไร จอดบนโทล์เวย์ประมาณ 3 นาที จากนั้นก็ขับหลงทางอีก
     
    แถมตอนถึงทางเข้าศูนย์อบรม รถดันไม่มีแรงขึ้นเนินอีก ต้องถอยหลังเดินหน้าเกือบ 5 นาที
     
    ทำให้กว่าจะมาถึง ปาเข้าไปเกือบ 9 โมง แย่จริงๆ ไปถึงเค้าก็ให้เปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อกสิกรฯ เลย แล้วรีบไปเข้าห้องอบรม
     
    เดินไปก็ไปเจอ ญ เล็ก ญ ใหญ่ เลยเข้าไปทัก ทั้ง 2 คนบอกว่า มารถตู้ ถึงนานแล้ว โห่ๆๆ น่าอิจฉาจัง มาหลังได้นั่งสบาย
     
    โดยหลักๆ ของปฐมนิเทศก็จะมีการบรรยายจากผู้บริหารฝ่ายต่างๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เราใช้เวลาในการหลับมากกว่าฟัง
     
    โรคเดิมแก้ไม่หาย ฟังอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้ หลับตลอด
     
    แต่คราวนี้ มีกิจกรรม Walk Rally ด้วย โดยกสิกรฯ ไปจ้างอาจารย์จากข้างนอกมาทำกิจกรรมให้
     
    ก็มีกิจกรรมฐาน เหมือนสมัยเรารับน้องอะไรทำนองนั้น ก็หนุกดี ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น แต่ก็ไม่เยอะหรอก
     
    เกมส์ฐานก็คล้ายกับที่เคยเล่นสมัย ป.ตรี พวกตักน้ำใส่ถัง กู้ระเบิด ปิดตาบอกทาง ฯลฯ
     
    เค้าแบ่งกลุ่มออกเป็น 7 กลุ่ม เราอยู่สีน้ำเงิน พี่เด่นอยู่สีเขียว
     
    ตอนเล่นเกมส์แรกๆ ก็ออกเขินๆ กัน ไม่ค่อยมันส์เท่าไหร่ แต่พอสักพักเริ่มจูนกันติด ก็เริ่มทุ่มเทกันมากขึ้น
     
    เลยรู้สึกดึขึ้นเยอะเลย สุดท้ายประกาศผลคะแนน สีเราได้อันดับ 2 ส่วนพี่เด่น ได้บ๊วย เลย
     
    มา บางปะกง คราวนี้อาหารไม่โดนใจเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมาเลย ไม่ค่อยหลากหลาย สงสัยงบน้อย คนเยอะ
     
    เวลาจะเล่นกีฬา ร้องเกะ ก็ไม่ค่อยได้ เพราะคนเยอะ ต้องเกรงใจ แบ่งคนอื่นเล่นบ้าง
     
    แต่ก็ยังดี ได้ตีเทนนิส ตีสควอซ ตีปิงปอง ร้องเกะ เล่นสนุ๊ก เหมือนเดิม แต่มีเวลาเล่นแต่ละอย่างน้อยลง
     
    โดยรวมก็ถือว่า โอเคนะงานนี้ แต่น่าจะจัดให้คนในแต่ละรุ่นน้อยกว่านี้ จะได้รู้จักกันมากกว่านี้
     
    คราวนี้ก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ มาประมาณ 10 กว่าคน แต่ก็ไม่สนิทเท่าไหร่
     
    โอกาสเจอกันก็คงน้อย เพราะส่วนใหญ่ไม่อยู่พหลฯ ก็อยู่พวกสาขาต่างๆ คราวนี้มีมาจากสาขาเยอะมาก
     
    ส่วนใหญ่จะเด็กกว่าเรา เพราะเค้าจบแค่ ป.ตรี กัน อายุก็ 22-23 ปีเอง เราเลยดูแก่ไปเลย
     
    ขากลับ ด้วยความมีสปริต แรงกล้า เลยกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมาออฟฟิศต่อ เพื่อประชุมต่อ 4 โมง
     
    เนื่องจากพี่เค้าให้มีส่วนร่วมกับ project นี้ด้วย เลยต้องแสดงความรับผิดชอบหน่อย
     
    กว่าจะกลับบ้านก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่ม เพราะแค่นั่งเคลียร์เมลล์ ก็กินเวลาไปเยอะแล้ว
     
    สรุปกลับมาบ้าน เลยง่วงนอน หลับเป็นตาย แถมวันเสาร์ต้องตื่นเช้าไปงานบวชญาติอีก ฮือๆๆ ไม่อยากตื่นเลย
     
    เดี๋ยวไว้ค่อยเล่าเรื่องงานบวชต่อละกัน ไปก่อนๆๆ
     
    บายย ฮะ
     
    โย
    March 20

    Zathura กับข้อคิดดีๆ

    เมื่อวานไปดูหนัง เรื่อง Zathura มาล่ะ
     
    เป็นหนังที่เกี่ยวกับเกมส์ ที่เหมือนกับว่าเล่นเกมส์แล้วได้ไปสัมผัสจริงๆ
     
    เป็นผู้สร้างเดียวกับหนังเรื่อง Jumanji ที่ฉายเมื่อหลายปีมาแล้ว
     
    แต่เท่าที่ดู ประเด็นที่หนังเรื่องนี้เน้น น่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องมากกว่า
     
    เพราะในเรื่องนี้ จะเกริ่นให้เห็นถึง ความขัดแย้งของพี่น้อง ที่ชอบทะเลาะกัน เถียงกัน ไม่เล่นกัน
     
    ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่แยกกันอยู่ แต่ในที่สุดแล้ว เมื่อถึงเวลาคับขัน พี่น้องก็ต้องช่วยเหลือกัน ไม่ทิ้งกัน
     
    โดยรวมหนังเรื่องนี้ก็สนุกดีนะ ใช้จินตนาการของเด็กมาสร้างร่วมกับความสัมพันธ์ของพี่กับน้อง ดูแล้วเพลินดี
     
    แต่ข้อคิดที่ได้มานั้นก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะบางทีพวกเราหลายๆ คน มีพี่ มีน้อง
     
    แต่เราอาจจะไม่ได้ใส่ใจกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่หรือน้องเรามากนัก
     
    บางทีอยู่ใกล้กันแท้ๆ แต่กลับไม่ค่อยคุยกัน แถมบางทียังทะเลาะกัน ไม่ยอมกัน
     
    บางคนถึงกับเห้นเพื่อนหรือแฟน ดีกว่าพี่หรือน้องเราเองด้วยซ้ำ
     
    ดังนั้น ถ้าเราคิดได้แล้ว ก็คงไม่ต้องรอให้เกิดเรื่องหรือปัญหาหรือสถานการณ์ไม่ดี ก่อนที่พี่น้องจะหันหน้าคุยกัน
     
    พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับชีวิตของพี่เรา หรือน้องเรา แต่ก็คงไม่ถึงขนาดต้องทุกเรื่องจนทำให้อึดอัด
     
    ยังไง พี่ น้อง ท้องเดียวกัน ก็ตัดกันไม่ขาดอยู่แล้วล่ะเนอะ
     
    เห็นด้วยมั้ยล่ะ
     
    โย โย่
    March 15

    CR Together Bowling

    มา Update ผลการแข่งขันโบว์ลิ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซะหน่อย
     
    ผ่านไปหลายวันไม่ได้ up blog เลย ยุ่งๆๆ ตลอด
     
    งานเริ่มเข้ามาติดๆ กัน แต่ก็ดี ดีกว่าๆ ไม่มีอะไรทำ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดีกว่าเยอะ
     
    เมื่อศุกร์ที่แล้ว ไปโยนโบว์ลิ่งที่เซ็นทรัล พระราม 3 มากับพี่ๆ ในฝ่าย
     
    งานนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เชื่อมความสัมพันธ์ ความสามัคคีในฝ่าย บวกกับงบเหลือนิดหน่อย
     
    ก่อนเล่น เราก็ได้มีการแบ่งทีม เขียนกติกา การแข่งขันเพื่อเพิ่มความมันส์ในการเล่น
     
    คร่าวๆ ก็แบ่งออกเป็น 7 ทีมๆ ละ 3 คน เรา ได้อยู่กับ พี่ออม พี่กบ ก็ถือว่าดีเลยล่ะ
     
    ก่อนเล่น ก็มีการรับประทานอาหารเย็นกันก่อน ทานกันจนอิ่มแปล้ บวกกับจิบเบียร์กันพอหอมปากหอมคอ
     
    ก็เริ่มเปิดการแข่งขัน รอบแรก โยนคนละ 2 เกมส์ แล้วเอาคะแนนรวมในทีม มารวมกัน
     
    ผลการโยน ทีมเราได้อันดับ 2 ล่ะ แพ้ทีมที่ได้ที่ 1 ไป ประมาณ 20 กว่าแต้ม น่าเสียดายมาก
     
    จากนั้น ก็มีการประกบคู่กันอีกครั้ง โดยจับสลากทุกคน แบ่งเป็นคู่ๆ แล้วเอาคะแนนของคนในคู่ตัวเองรวมกัน
     
    ใครได้ 1-4 คู่แรก เข้ารอบต่อไป ผลปรากฎว่า เราได้คู่กับพี่เด่น รวมคะแนนแล้ว ได้เป็นอันดับ 2 เลยเข้ารอบ
     
    มาเจอกับทีมพี่สมบูรณ์กับพี่บี ส่วนอีกคู่ เป็นพี่โอ๊กับพี่ปู แข่งกับ พี่ซ้งกับน้อง
     
    คราวนี้ตัดสินกันเกมส์เดียวเลย และด้วยไม่รู้ผีที่ไหนเข้าสิง เราเลยโยนได้ 5 สไตรค์ติดกัน เป็นที่ฮือฮามาก
     
    แต่หลังจากนั้น เลน ที่เล่นก็ค้างซะงั้น หยุดไปเกือบ 10 นาที พอกลับมาโยนก็เลยได้แค่ประคองตัว
     
    เข้าป้ายมาที่คะแนน 178 คะแนน รวมกับพี่เด่นทีได้ 100 นิดๆ ก็ทำให้เราชนะ เข้าสู่รอบชิงต่อไป
     
    โดยเข้าไปพบกับทีมพี่โอ๊กับพี่ปู ที่ชนะมาเฉียดฉิว
     
    เกมส์นัดชิง ก็เป็นไปอย่างสูสี พี่เด่น ก็ได้ร้อยนิดๆ เหมือนเดิม แต่เราเกมส์นี้ฟอร์ฒตก ได้มา 130 กว่าๆ
     
    ในขณะที่อีกคู่ พี่ปู โยนได้แค่ 60 กว่าๆ แต่พี่โอ๊ ฟอร์มฮอต ซัดไป 179 คะแนน เลยเฉือนชนะทีมเราไปอย่างเฉียดฉิว
     
    พร้อมคว้าแชมป์ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ชนิดลุ้นกันสนุกเลย
     
    จบการแข่งขันก็มอบรางวัลกันไปตามลำด้บที่ได้ เงินรางวัเราก็ตัดสินใจเอามารวมกันแล้วไว้ไปกินข้าวกันดีกว่า
     
    จากนั้นก็ไปร้องคาราโกเกะ ต่ออีกประมาณ 1 ชม. แต่ไปแค่ไม่กี่คน เพราะส่วนใหญ่ก็ทยอยกันกลับบ้านแล้ว
     
    แต่ก็ได้เห็นพี่โก้ ผอ.ฝ่าย เราร้องเพลงด้วย ร้องเพราะใช้ได้เลยนะเนี่ย เพลงใหม่ๆ แกก็ยังร้องได้ เยี่ยมจริงๆ
     
    กว่าจะออกจาก major ก็ จะเที่ยงคืนแล้ว เหนื่อย แต่ก็สนุกดี เฮฮา ปาร์ตี้ กันสุดเหวี่ยง
     
    อยากให้จัดแบบนี้บ่อยๆ จัง พูดแล้วก็ยังมันส์ไม่หาย อยากไปโยนโบว์ลิ่งต่ออีกจัง
     
    Yo
    March 09

    การเมือง โบว์ลิ่ง งานแต่งงาน

    ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันร้อนแรง
     
    วันๆ มีแต่ข่าวการเมือง ไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วจะจบยังไง
     
    เห็นเค้าไปเดินขบวนกันที่สนามหลวง แล้วอยากไปบ้างจริงๆ
     
    พี่ที่ออฟฟิสไปมา บอกมาสนุกดี คงไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงอะไร
     
    เพื่อนๆ น้องๆ ที่อยู่ต่างประเทศได้ติดตามข่าวสารกันบ้างรึเปล่าเนี่ย
     
    หาเวลาอ่านข่าวประเทศไทยบ้างล่ะ
     
    ได้ยินมาว่าคนอยู่ต่างประเทศ แทบจะหมดสิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 2 เมษาฯ นี้
     
    เพราะรัฐบาลประกาศให้ชาวไทยที่อยู่ต่างประเทศ มีระยะเวลาลงทะเบียนว่าจะเลือกตั้ง แค่วันเดียว หลังยุบสภา
     
    แล้วใครมันจะไปลงทันล่ะเนี่ย จริงมะ....
     
    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    วันศุกร์นี้ ที่ฝ่ายมีนัดกันไปสังสรรค์ โยนโบว์ลิ่งกันทั้งฝ่ายที่ เซ็นทรัีล พระราม 3
     
    มีแบ่งเป็นทีมด้วย เพื่อเพิ่มความมันส์ในการแข่งขัน น่าจะสนุก
     
    ก็ดีเหมือนกัน ที่มีกิจกรรมอย่างนี้ พี่ๆ ในฝ่ายจะได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น (รึเปล่า...???)
     
    จะว่าไป ก็ไม่ได้โยนโบว์ลิ่งมานานแล้ว ไม่รู้ไปคราวนี้จะสู้เค้าได้รึเปล่า
     
    เอาหน่า แค่เล่น ขำๆ เน้นฮาอย่างเดียวไว้ก่อนละกัน
     
    ผลการแข่งขันเป็นอย่างไร จะมาแจ้งให้รทราบต่อไป อิ อิ อิ...
     
    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    ช่วงนี้ เพื่อนๆ พี่ๆ ใน MBA ต่อคิวกันแต่งงานกันใหญ่เลย
     
    เดือนนี้ก็มี พี่อิษฐ์ เดือนพฤษภาฯ ก็มี หนุ่ม กับ หุย เดือนสิงหาฯ ก็ มีเจัแป้ง
     
    คาดว่า ปลายๆ ปี ก็คงมีอีกแน่ๆ น่าดีใจจริงๆ เพื่อนๆ พี่ๆ จะเป็นฝั่งเป็นฝากันซะแล้ว
     
    ส่วนตัวเอง....................เอ่ออออ คง.........................อีกนานนนน
     
    โย โย่
    March 05

    Trade Finance Module#2

    กลับมาแล้วววว
     
    หายหน้าไปหลายวัน ก็อย่างที่บอกแหละ ไปอบรมที่ศูนย์บางปะกงมา ตั้ง 4 วัน 3 คืน
     
    ไปเรียนเรื่อง Trade Financing Module #2 กับ Dr.Johnny Tan (JT) เหมือนเดิม
     
    ไปตั้งแต่วันพุธเช้า เวลานัดคือ 7 โมงเช้า แต่เนื่องจากต้องเข้าไปส่งเมลล์ที่ office เลยต้องออกจากบ้านเช้าหน่อย
     
    แต่เราบ้านใกล้ไม่เป็นไร 10 นาทีก็ถึง ไปถึงจุดนัดหมายไม่เห็นรถตู้เลย ก็นึกว่า มาผิดวันเปล่าหว่า
     
    พี่ๆ ในฝ่ายที่ไปด้วยกัน ก็ไม่มีใครมาขึ้นรถที่นี่เลย ขับรถไปเองกันหมด
     
    ตอนนั้นก็ 6.30 แล้วนะ พอเดินไปใกล้ๆ เจอ อาตู๋ ที่อยู่ฝ่าย trade ที่ครั้งที่แล้วก็ไปอบรมด้วยกัน
     
    จึงค่อยมั่นใจหน่อย อาตู๋บอกรถไปเติมน้ำมันมั้ง เดี๋ยวคงมา พอรถมาก็เลยเอากระเป๋าขึ้นรถ แล้วก็แอบแวบขึ้น office
     
    ไปถึงทั้งชั้นมืดหมด ไม่มีใครอยู่ เปิดไฟดวงไหนก็ไม่รู้ ไม่กล้าเปิดทั้งชั้น สรุปเปิดไม่ตรงกับที่นั่งตัวเอง
     
    แต่เอาเหอะ ต้องรีบแล้ว ก็เลยทำงานมืดๆ ซะงั้น สาเหตุที่ต้องขึ้นมาเพราะต้องรีบส่งเมลล์ให้ฝ่าย กม. ตามที่ได้ประชุมไป
     
    ส่งเสร็จเหลืออีก 5 นาที จะเจ็ดโมง เลยรีบวิ่งไปที่รถ ปรากฎว่ารถที่เอากระเป๋าไปวาง ออกไปแล้ว มาไม่ทันคันนั้น
     
    ตอนแรกนึกว่าโชคร้ายซะแล้ว แต่จริงๆ แล้วกลายเป็นโชคดี เพราะว่าไปคันที่ 2 ได้เจอนู๋อิ่ม หญิงเล็ก พี่ต้อม พี่ตุ้ย 
     
    เพื่อนๆ พี่ๆ จากฝ่าย trade ที่ไปอบรมด้วยกันเมื่อครั้งที่แล้ว ก็เลยมีเพื่อนนั่งคุยไปด้วยเลย ดีๆ  
     
    จะว่าไป ตั้งแต่อบรมครั้งที่แล้ว เดือน ม.ค.ก็พึ่งมาเจอและได้คุยกันก็คราวนี้ล่ะ
     
    ระหว่างทางไป เจอรถติดบนทางยกระดับบางนา ก็เดาแล้วล่ะ ว่ามีอุบัติเหตุแน่ๆ เลย
     
    พอขับไปถึง ก็เจอรถ 6 ล้อ นอนตะแคงอยู่ กลางถนนเลย ดีนะ ไม่มีใครเป็นอะไร ท่าทางจะขับมาเร็วแล้วยางแตก
     
    ไปถึงศูนย์อบรม ก็แยกย้ายกับเก็บของ คราวนี้ได้นอนชั้น 2 ครั้งที่แล้วนอนชั้น 4 ได้นอนกับพี่ตง เหมือนเดิม
     
    พี่ๆ คนอื่นๆ ในฝ่ายที่ขับรถมาเอง ก็ยังไม่มีใครมาถึงสักคน
     
    พอ 9 โมงก็เริ่มเรียน คราวนี้คนเข้าอบรมจริงๆ ต้องเยอะกว่าครั้งที่แล้ว แต่มาจริงๆ ก็พอๆ กัน
     
    โต๊ะเลยไม่ค่อยเต็ม วันแรกก็ได้นั่งกลุ่มกลางห้อง โต๊ะเดียวกับนู๋อิ่ม เหมือนเดิม และก็หญิงเล็ก กับพี่แหวน จาก พค.
     
    แต่พอวันที่ 2 โดนย้ายซะงั้น  เพราะเค้ายุบโต๊ะออกตัวนึง ห้องจะได้ไม่แน่น
     
    แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมต้องมาย้ายชื่อเราด้วยนะ โต๊ะเราไม่ได้โดนยุบซะหน่อย
     
    เลยได้ไปนั่งกับพี่ต้อยติ่ง แทน จริงๆ พี่เค้าอายุเป็นแม่เราได้เลย ทำงานที่ กสิกรฯ ก่อนเราเกิดด้วยซ้ำเนี่ย
     
    ทั้งโต๊ะเราก็เลยมีคนจากฝ่าย trade หมดเลย แต่ก็ดีอย่าง เพราะพี่ๆ เค้ารู้เรื่องงาน operation เกี่ยวกับ trade เยอะมาก
     
    เราเนี่ย อ่อนหัด เลย เหมือนตัวเอง โง่ สุดในโต๊ะอะไรทำนองนั้นเลย
     
    การเรียนก็คล้ายเดิม บรรยาย สลับ case เวลา Dr. JT บรรยาย เราก็จะเริ่มง่วงเช่นเดิม
     
    โรคนี้รักษาไม่หายสักที ฟังอะไรนานๆ ต้องเป็นหลับทุกที แก้ยากจริงๆ
     
    แต่สรุปโดยรวมก็ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์เยอะพอสมควร แต่ไม่รู้จะได้เอามาใช้ได้ขนาดไหน
     
    อยู่ที่นู่น เวลาที่รอคอยส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเวลาพักเบรค พักเที่ยง ไม่ก็เลิกเรียน
     
    เพราะอาหารที่นู่นอร่อย กินโค ตะ ระ เยอะเลย กลับมาไม่รู้อ้วนขึ้นมาอีกกี่ กิโล
     
    ยังดีได้ออกกำลังกายบ้าง แต่คราวนี้เล่นน้อยกว่าครั้งที่แล้ว
     
    วันแรก ตีเทนนิส ร้องเกะ กับแทงสนุ๊กฯ
     
    วันที่ 2 ก็ไปขี่จักรยาน ตีปิงปอง แทงสนุ๊กฯ
     
    วันที่ 3 ก็ร้องเกะ ตีปิงปอง ตีสควอต
     
    แต่ก็สนุกดี ได้มาเจอเพื่อนๆ อีกครั้ง ทำให้ไม่อยากกลับไปทำงานเลย
     
    มาที่นี่แล้ว สะดวกสบายดีแท้ อาหารการกินพร้อม บริการอย่างดี มีกิจกรรมให้ทำ
     
    ได้ข่าว แว่วๆ มาว่า จะมีต่อ ภาค 3 อีกครั้งตอนปลายเดือนนี้ ไม่ก็ต้นเดือนหน้า อิ อิ อิ
     
    แต่คราวนี้ ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ฝ่าย trade จะได้มารึเปล่า เห็นว่าจะเน้นพวก RM UW อะไรทำนองนั้น ต้องรอดู
     
    ที่แน่ๆ วันที่ 22-24 ก็ต้องมาปฐมนิเทศ ที่นี่อีกครั้ง แต่คนมาเยอะ ไม่รู้จะหนุกเปล่า
     
    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    วันนี้ไปหาหมอ ตา มาอีกครั้ง ตามที่นัด หมอบอกว่า ดีขึ้นแล้ว Cell ในตาลดลงไปเยอะเลย
     
    ก็ให้หยอดตา กินยา เหมือนเดิม แต่ลดปริมาณลง แล้วอีกสัปดาห์ค่อยมาหาใหม่
     
    จะว่าไป มันก็แดงน้อยลงจริงๆ ล่ะ มีแต่รอยแดงของเลือดออก ที่หมอเค้าฉีดยาเข้าไปที่ตา
     
    แต่ก็ยังมองเบลอๆ อยู่เหมือนเดิม จริงๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ก็บอกให้เปลี่ยนหมอแล้วล่ะ
     
    แต่เราก็นะ อยากจะ put the trust on the doctor น่าจะให้โอกาสหมอเค้าหน่อย
     
    เค้าดูแลเรามาแต่ต้น น่าจะรู้อาการได้อย่างดี โรคนี้อาจจะต้องใช้เวลานานจริงๆ ก็ได้ จริงป่ะ
     
    ยังไงก็แล้วแต่ อย่าทำให้ผมผิดหวังนะหมอ ค้าบบ
     
     
    ไปละๆๆ
     
    โย
    March 01

    ดูแลตัวเองดีๆ นะทุกคน

    เดี๋ยวจะไม่ได้อยู่หลายวัน Update ซะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าขี้เกียจ
     
    จริงๆ ช่วงนี้ก็ไม่รู้จะ up อะไรหรอก วันๆ ทำแต่งานๆๆๆ
     
    ตอนนี้งานเริ่มเข้ามาหนาแน่นเลย เดี๋ยวนี้เลยกลับเย็นทุกวันเลย
     
    แต่ก็ดีนะ รู้สึกว่า งานสนุกดี ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพียบเลย ก็เลยมีแรงจูงใจที่จะทำงานน่ะ
     
    -----------------------------------------------------------------------------------------------
     
    ข่าวไม่ดีอย่างนึง คือ พรุ่งนี้ หุย เพื่อนที่ MBA Chula ที่ทำงานที่ Kbank ก็จะทำงานเป็นวันสุดท้ายแล้วล่ะ
     
    เศร้าจังเลย!!! เหตุผลที่ออกเพราะว่า พ่อหุย ไม่สบายหนัก เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วอ่ะ
     
    แย่เลย หุยเลยต้องลาออกไปดูแลพ่อ ตอนแรกเราก็แนะนำให้หุยไปขอลาพักแบบไม่เอาเงินเดือนกับหัวหน้า
     
    แต่ท่าทางหุยไม่อยากจะให้ยุ่งยากอะไรงั้นมั้ง เลยไม่ไปคุย น่าเสียดายจัง
     
    แถมจริงๆ แล้วหุยมีแพลนว่าจะแต่งงานปลายปีนี้ แต่พ่อไม่สบายหนัก เลยต้องเลื่อนมาเร็วขึ้นเป็นเดือน พ.ค.
     
    เพื่อให้ทัน เนื่องจากไม่รู้ว่าพ่อหุยจะจากไปเมื่อไหร่ เฮ้อออ ยิ่งพูดยิ่งเศร้า
     
    ยิ่งมาคิดว่าถ้าเป็นตัวเราคงแย่น่าดู แต่หุยก็เข็มแข็งดีนะ ไม่ค่อยแสดงอาการออกมา แต่เรารู้ว่าลึกๆ หุยเศร้ามาก
     
    ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้พ่อหุยอาการดีขึ้น แล้วก็อยู่ดูหุยมีความสุขกับชีวิตแต่งงานด้วยเถิด สาธุ
     
    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    วันนี้ up แค่นี้พอดีกว่า เขียนอะไรไม่ค่อยออกแล้ว
     
    ก็ขอให้ทุกคน ดูแลตัวเอง และคนรอบข้างที่คุณรักที่ให้ดีที่สุดละกัน เวลามันสั้นเหลือเกิน
     
    บายยย
     
    โย
    February 25

    ได้ไป Train อีกแล้ว

    อุ อุ อุ อาทิตย์หน้าทำงานแค่ 2 วันเองล่ะ
     
    เพราะว่าได้ไปอบรมที่บางปะกงตั้งแต่วันพุธ ถึงวันเสาร์เลย
     
    คราวนี้ไปอบรมภาคต่อของ Trade Finance by Dr.Johnny Tan เช่นเดิม
     
    แต่ก็น่าหนักใจอยู่เหมือนกัน เพราะไม่ค่อยชำนาญการเรื่อง Trade สักเท่าไหร่
     
    คงต้องไปพึ่งใบบุญ พี่ๆ เพื่อนๆ ใน Workshop ล่ะ
     
    แต่ที่ดีใจไม่ใช่แค่ได้ไป Train หรอก แต่ได้ไปเล่นกีฬาด้วยต่างหาก
     
    ที่นั่นมีกีฬาให้เล่นมากมาย ตั้งแต่ เทนนิส ปิงปอง สควอซ สนุ๊กเกอร์ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ รวมถึงร้องเกะ ด้วย
     
    ครั้งที่แล้วไปแล้วเล่นเกือบครบเลยยย ยกเว้นว่ายน้ำ เพราะไม่มีใครเค้าว่ายกัน สงสัยจะอายกัน
     
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    นอกจากจะได้ไป Train แล้ว ประมาณปลายๆ เดือนก็ต้องมาที่บางปะกงอีกครั้ง
     
    เพราะว่ามีปฐมนิเทศอีก 3 วัน 2 คืน แต่ปฐมนิเทศคนเยอะอ่า ตั้ง 120 คนได้มั้ง คนอึดอัดน่าดู
     
    แต่ยังดีมีพี่ๆ ในฝ่ายที่เข้าใหม่ไปด้วย เลยไม่น่าจะเคว้งคว้างเท่าไหร่
     
    ดู schedule แล้วมีแต่บรรยายซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อีกนิดหน่อย
     
    ไม่รู้จะสนุกรึเปล่า ต้องรอดู
     
    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    Update เรื่องตานิดนึง ตอนนี้ตาไม่ค่อยแดงมากแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นไม่ชัดอยู่ดี
     
    เหมือนมีหมอกมาอยู่หน้าตาซ้ายตลอดเวลา หมอบอกว่าเป็นอาการปกติของม่านตาอักเสบ
     
    ให้ยามากินแล้ว ก็ไม่หายสักที หมอนัดตรวจวันอาทิตย์เย็น ไม่รู้ผลจะเป็นยังไง
     
    ถ้าไม่ดีขึ้น หมอบอกว่าคงต้องเจาะเลือดดู เพื่อตรวจละเอียดกว่าเดิม
     
    เฮ้ออออ เมื่อไหร่จะหายสักทีนะ ไม่อยากใส่แว่นแล้วอ่ะ
     
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    มีเรื่องกิจกรรม GM มา update ให้น้องๆ ที่อยู่ต่างแดน ฟังนิดนึง
     
    เห็นน้องๆ รุ่น 11 จะจัด bye nior ตอนเปิดเทอมไปแล้ว ซึ่งก็น่าจะเป็นเดือนมิ.ย. ล่ะ
     
    ปกติจะจัดเดือน พ.ค. แต่ปีนี้เห็นน้องๆ หลายๆ คนไป work and travel ต่างแดนกัน
     
    เค้าเลยรอให้ไปพร้อมๆ กันน่าจะดีกว่า ไม่รู้ว่า กุ้งจะกลับมาทันรึเปล่านะ
     
    แต่สำหรับแนท คงไม่ทันแน่ๆ เพราะมาปลายปี ไว้งานหน้าละกันนะ แนท
     
    ไว้พี่โยจะเก็บภาพมาให้ดูเช่นเดิม ช่วงนี้พวกเราก็ตั้งใจเรียนกันไปก่อนละกัน
     
    ไหนๆ ก็มีโอกาสได้ไปเรียนแล้ว ก็สู้ๆ เต็มที่ อย่าท้อแท้ ท้อถอย มีอะไรให้ช่วยบอกได้เสมอ ไม่ต้องเกรงใจ
     
    Take care na......from ur brother
     
    Yo
    February 22

    เรื่องปกติของการทำงาน

    วันนี้มาเขียนเรื่องงานดีกว่า เขียนเรื่องๆ เที่ยวๆ เล่นๆ มาหลายวันละ
     
    หลังจากที่ได้เข้ามาทำงานได้เดือนกว่าๆ เกือบสองเดือน ได้รู้ได้เห็นได้รู้สึกอะไรหลายๆ อย่างในฝ่ายงานตัวเอง
     
    ได้สังเกตุเห็นว่า พี่ๆ บางคนไม่ค่อยถูกกัน ไม่ค่อยอยากทำงานร่วมกัน
     
    และได้รู้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะอะไร
     
    จริงๆ แล้วก็คงเป็นเรื่องปกติในที่ทำงานแหละมั้ง เพราะขนาดเราทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ยังมีปัญหาเลย
     
    ไม่ว่าจะองค์กรใหญ่ หรือองค์กรเล็กก็มีปัญหาแบบนี้แหละเนอะ
     
    เราก็ไม่รู้ว่า เพื่อนๆ ฝ่ายอื่น เค้าจะมีปัญหาเหมือนฝ่ายเรารึเปล่า แต่คิดว่าก็คงมีทั้งนั้นไม่มากก็น้อย
     
    จริงๆ สถานการณ์มันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก ปกติดี เพียงแต่ด้วยความเป็นคนช่างสังเกตุเลยรู้สึกได้
     
    ส่วนตัวแล้ว ตัวเราเองก็เป็นกลาง ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดหรอก คุยเล่นได้กับทุกคน
     
    ถึงแม้เราจะสนิทกับกลุ่มนึง แต่ทำงานร่วมกับอีกกลุ่มนึง ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะรู้ว่าควรคุยอะไร ยังไง กับคนไหน
     
    แต่จริงๆ ก็กลัวอยู่นิดๆ ว่า เค้าจะว่าเราเป็นพวกนกสองหัวรึเปล่า ถ้าเกิดสถานการ์ณแรงๆ ขึ้นมา
     
    การเข้าข้างใคร ข้างใดข้างหนึ่ง คงเป็นการตัดสินใจที่ยากน่าดู
     
    นี่คือ สถานการ์ณการทำงานจริงๆ ที่เพื่อนๆ น้องๆ คงต้องเจอบ้างล่ะเนอะ
     
     
    ตอนนี้พี่ๆ ในฝ่ายหลายคนค่อนข้างเคว้งคว้าง เหมือนว่าไม่รู้ Direction ว่าฝ่ายจะไปทางไหน
     
    จริงๆ ก็น่าเห็นใจพี่โก้ ผู้บริหารฝ่ายของเรา เพราะพี่โก้ต้องดูแลหมดเลย ไม่มีตำแหน่งรองๆ มาช่วยเท่าไหร่
     
    แค่พี่แกเข้าประชุมทุกวันนี้ ก็แทบไม่มีเวลาแล้วล่ะ แล้วถ้าแกต้องมากังวลกับเรื่องทีมเวิร์กอีก น่าเห็นใจพี่โก้จริงๆ
     
    เคยคิดว่า จะเข้าไปคุยกับพี่โก้เหมือนกัน เหมือนเป็นการไป Feedback พี่เค้าว่า รู้สึกยังไงกับ 1 เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา
     
    และจะได้ให้พี่เค้าช่วยประเมินด้วยล่ะ ว่าที่ผ่านมา เราทำงานมาถูกทางรึเปล่า มีอะไรที่พี่อยากแนะนำมั้ย
     
    แต่ยังหาโอกาสเข้าไปคุยไม่ได้สักที อยากพยายามที่จะคุยกับพี่เค้าภายในอาทิตย์นี้จัง
     
    เพราะว่าวันจันทร์หน้ามีประชุมฝ่าย เรื่องปรับเปลี่ยนโครงสร้างฝ่ายใหม่ พี่เค้าจะได้รู้ข้อมูลบางอย่างที่เราคิดว่า
     
    น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพี่เค้าก่อนประกาศโครงสร้างใหม่
     
     
    พูดมาเหมือนทำงานแล้วเครียดเนอะ แต่จริงๆ แล้วไม่เลย เริ่มจะสนุกกับงานมากขึ้นแล้วล่ะ
     
    เพราะได้ออกไปหาลูกค้ามา 2-3 ครั้งละ ได้ไปรู้ธุรกิจของลูกค้า ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย
     
    วันพฤหัสที่แล้วได้ไปคุยกับ United Distribution (UD) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ UCOM เหมือน DTAC
     
    แต่ UD จะทำหน้าที่กระจายบัตรเติมเงินและโทรศัพท์มือถือให้กับ Dealer ต่างๆ ทั่วประเทศ
     
    พอไปคุยทำให้เราเห็นภาพธุรกิจนี้ขึ้นเยอะเลย ตอนอยู่ DTAC ไม่ได้เรียนรู้เรื่องการกระจายสินค้าสักเท่าไหร่
     
     
    พอวันจันทร์ที่ผ่านก็ได้ไป Visit ร้านค้ากับบริษัท Unilever อีก คราวนี้ไปถึงจังหวัดชลบุรีเลย
     
    ไปดูพวกตัวกลางที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าของ Unilever ให้กับร้านค้า ร้านโชว์ห่วย ร้านมินิมาร์ทอะไรพวกนั้นน่ะ
     
    ทำให้ได้รู้ระบบการขาย การกระจายสินค้าของ Unilever แล้วก็ทำให้รู้สาเหตุที่ Unilever เป็นเบอร์ 1 ในประเทศไทย
     
    เหนือ P&G ทั้งที่ในตลาดโลกแล้ว P&G เหนือกว่า Unilever ด้วยซ้ำไป
     
    วันที่ไปนี่ได้ไปคุยกับพวกเจ๊ๆ เฮียๆ เจ้าของร้านโชว์ห่วยด้วย แบบว่า Unilever เค้าพยายามเข้าถึงร้านเล็กๆ ทั้งหมดให้ได้
     
    เป็นกลยุทธ์การตลาดแบบนึงที่น่าสนใจเลยทีเดียว งานที่ Unilever น่าจะสนุก ไม่รู้ตอนนั้นตัดสินใจผิดรึเปล่าที่ปฏิเสธไป
     
    แต่ไม่เป็นไร เพราะที่ผ่านมา เราก็ Happy กับงานที่เราทำอยู่แล้วล่ะ
     
     
    เดี๋ยวกลางอาทิตย์ก็ต้องไป train กับ Johnny Tan อีกแล้วครับทั่น คราวนี้เรียนแบบ Advance ขึ้นซะด้วย
     
    เกี่ยวข้องกับเรื่อง Trade Finance ซึ่งเราไม่ค่อยรู้สักเท่าไหร่ สงสัยต้องไปพึ่งพาเพื่อนๆ พี่ๆ ฝ่ายวิเทศฯ ซะแล้ว
     
    ได้ไป train ก็เหมือนได้ไปพักผ่อนแหละเนอะ กินๆ เรียนๆ เล่นกีฬาฯ ประหยัดดี
     
     
    พอแล้วดีกว่าวันนี้ เขียนแต่เรื่องงานมาซะยาวเลย ไว้วันหลีงเอาเรื่องหนุกๆ มาเขียนดีกว่าเนอะ
     
    ไปแล้วววค้าบบ
     
    โย โย่
     
     
    February 20

    GM Reunion 2006

     
    ผ่านไปอีกครั้ง สำหรับ GM Reunion หรืองานคืนสู่เหย้าของชาว GM ประจำปี 2006
     
    ปีนี้น้องๆ รุ่น 10 เป็นเจ้าภาพจัดงาน สถานที่จัดงานปีนี้ก็คือ โรงแรม Novotel Lotus สุขุมวิทซอย 33
     
    Concept งานปีนี้คือ Pink Blossom เป็นสีชมพูอีกปี เนื่องจากสีชมพูเป็นสีประจำ Major GM นั่นเอง
     
    แต่จะว่า เปลี่ยนสีบ้างก็ดีนะน้อง แต่สีชมพูทุกปี ดูแล้วเหมือนมางานเดิมๆ ทุกปีน่ะ
     
    ปีนี้ก็ตามคาดล่ะ ว่าจะมีน้องๆ มาร่วมงานเยอะ โดยเฉพาะน้องๆ รุ่น 10 กับ 11
     
    แค่ 2 รุ่นนี้รวมกันก็เกือบๆ 40 กว่าคนได้ละ ขนาดมากันไม่ครบนะเนี่ย ดีจริงๆๆ
     
    ส่วนพี่ๆ over ก็ถือว่ามากันไม่มากไม่น้อย
     
    รุ่น 9 มากัน 9 คน (กอล์ฟ มิ้ม เอ การ์ด นัท กิต พลอย มุก สร้อย)
    รุ่น 8 มากัน 6 คน (ตี๋ รัน มุก เอก เอ็ม เฟ่ย)
    รุ่น 7 มากัน 5 คน (เหว่ย นิว นา ป๊อป ตี๋)
    รุ่น 6 มากัน 4 คน (เม่ย หนุ่ย ลีน สัน)
    รุ่น 5 มากัน 3 คน (ทิม เอส โย)
    รุ่น 4 มา 2 คน (พี่กฤษณ์ กับ พี่บี) ---> จริงๆ ต้องรวม โย เข้าไปด้วย เพราะทำควบ 2 รุ่น แต่อยู่รุ่น 5 ดีกว่า ดูเด็กกว่า อิ อิ
    รุ่น 3 อีก 1 คน (พี่ง้วง)
     
    รวมๆ แล้วก็ 70 คนได้ล่ะ แต่น่าเสียดาย ไม่มีอาจารย์มาร่วมงานเลยสักท่าน สงสัยจะไม่ว่างกัน
     
    งานนี้นัดกัน 6 โมงตรง แต่กว่าจะมากันก็ 1 ทุ่มกันเป็นต้นไปแล้วล่ะ
     
    งานนี้จัดเป็น buffet ไอ่เราก็ได้รับเกียรติให้ตักคนแรก จากการเป็นผู้อาวุโสทึ่สุดตอนนั้น
     
    อาหารก็มีทั้งอาหารญี่ปุ่น สลัด อาหารไทย ขนมเค้ก ผลไม้ ฯลฯ
     
    แต่งานนี้ ทานได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ตักแค่อาหารญี่ปุ่น+สลัด 1 จาน กับอาหารไทยอีก 1 จาน
     
    รสชาติอาหารโดยรวมก็โอเคนะ ไม่ได้อร่อยมาก แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ มีหลากหลายให้เลือกดี
     
    กว่าน้องๆ จะเริ่มเปิดงานก็ประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เกือบ 3 ทุ่มละ
     
    กิจกรรมก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ น้องๆ เน้นเล่นเกมส์มากกว่า โดยของรางวัลก็คือการทำโทษผู้แพ้ด้วยการเต้น
     
    งานนี้น้องๆ รุ่น 11 ก็ได้มีส่วนร่วมในการเอาเกมส์มาให้พี่ๆ เล่นด้วย
     
    จริงๆ น่าจะมีการแสดงจากรุ่นน้องเนอะ น่าจะขำๆ ดี เพราะน้องๆ รุ่นหลังๆ กล้าแสดงออกกว่าพี่ๆ
     
    แต่น้องๆ คงไม่ค่อยมีเวลาซ้อมกันมั้ง เลยไม่มีการแสดงเหมือนรุ่นก่อน
     
    กว่าเกมส์ต่างๆ จะจบลง ก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ทุ่มละ มีโหวต prince กับ princess ต่ออีกนิดหน่อย
     
    ปีนี้ เหว่ย รุ่น 7 กับ น้องแนน (เหฯ) รุ่น 10 ได้รางวัลไปครอง
     
    เนื่องจากเป็นการโหวตล็อคโดยพี่ๆ อย่างพวกเรานั่นเอง 55555
     
    เนื่องจาก 2 คนนี้ พึ่งกิ๊กกัน อยู่ในช่วงของการเริ่มต้นเป็นแฟนกัน เลยโดนแซวซะอายม้วนนเลย แต่ก็น่ารักดี ขำๆ
     
    กว่าจะออกจากงานก็ 5 ทุ่มกว่าละ น้องๆ ยังเปิดเพลงเต้นกันต่อ เราเลยกลับก่อนดีกว่า
     
    เห็นได้ข่าวว่า น้องๆ จะไปเที่ยว RCA กันต่อด้วย แต่เราไม่ไหวแล้ว วันต่อมาต้องทำงานแถมต้องไปหาลูกค้าด้วย
     
    กว่าจะถึงบ้านก็เที่ยงคืนได้ละ แล้วก็โหลดรูปเข้า Spaces แป๊ปนึง
     
    ก่อนหลับไป ทั้งๆ ที่ ตายังเบลอๆ อยู่เช่นเดิม แง๊ๆๆๆ
     
    สรุปแล้ว งาน Reunion ปีนี้ก็รู้สึกดีนะ น้องๆ มาเยอะดี เฮฮาดี แต่เสียดายกิจกรรมน้อยไปนิด ไม่งั้นคงมันส์กว่าแน่
     
    น่าเสียดายสำหรับคนที่ไม่ได้มา
     
    โย (เรม่อน)

    ม่านตาอักเสบ

    ช่วงนี้ใครเจอโยใส่แว่นตลอดก็อย่าแปลกใจไป ตอนนี้ตาไม่ค่อยสบายน่ะ
     
    ย้อนไปวันศุกร์ นั่งทำงานตอนเช้าแทบจะไม่ไหว เนื่องจากปวดตามากกก
     
    ฮือๆๆ หลังจากที่ตาแดงมาหลายวัน น้ำตาไหลเกือบตลอด จึงตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 3
     
    สรุปแล้ว คือ เป็น โรคม่านตาอักเสบ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยังไงเหมือนกัน หมอก็บอกไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
     
    หมอก็ให้ ยาหยอดตา มา 1 หลอด ยาทานอีก 2 ชุด บวกกับยาป้ายตาอีก 1 หลอด
     
    ก็ทำตามหมอสั่งทุกอย่างแล้ว แรกๆ อาการตาแดงก็ดีขึ้นแล้ว แอบดีใจ
     
    แต่พอวันเสาร์บ่าย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ตาข้างซ้ายที่มันแดง แต่ยังมองเห็นชัด กลับมองเห็นเบลอๆ ซะงั้น
     
    เลยไปหาหมอซ้ำอีกรอบตอนเช้าวันอาทิตย์ แต่เป็นหมอคนละคนนะ เพราะหมอคนเก่าไม่เข้าวันนั้นพอดี
     
    ไปตั้งแต่ 9 โมง หมอตรวจๆ แล้วก็บอกว่า เป็นหนักหนิ อาจไม่หายขาดนะ (ทำไมพูดไม่ให้กำลังใจกันเลย)
     
    หมอพยายามจะขยายม่านตาเรา ด้วยการหยอดยาขยายม่านตา แต่หยอดเป็นชั่วโมงก็ไม่เห็นผล
     
    หมอพูดว่า ไม่รู้ทำไงแล้ว เอาไงดีเนี่ย ใช้ยาทุกขนานแล้วนะ (ดูหมอพูดดิ ทำร้ายจิตใจคนไข้ชะมัดเลย)
     
    สรุป หมอก็ให้ยาขยายม่านตามาหยอดเอง แล้วค่อยกลับมาหาหมอคนเดิมที่นัดไว้อีกครั้ง
     
    เฮ้อออ ใจก็กลัวๆ เหมือนกันนะเนี่ย ว่ามันจะหายมั้ยอ่ะ
     
    ถ้าไปหาหมอคนเดิมอีกครั้งแล้วไม่หาย สงสัยต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลแล้วมั้งเนี่ย
     
    ขออย่าให้เป็นอะไรเลยรุนแรงเลยน๊า
     
    โย
    February 18

    Singapore Trip_Last Day

    มาเล่าวันสุดท้ายในสิงคโปร์ต่อให้จบๆ ดีกว่า ค้างคามาหลายวันแล้ว
     
    วันสุดท้ายของการเดินทาง
     
    เนื่องจากการเดินทางวันที่สองเหนื่อยมากกก ทำให้วันที่ 3 นี่ตื่นสายเป็นพิเศษ
     
    เพราะวันนี้ไม่ได้มีแผนที่จะไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษ กะว่าแค่จะไปเดินห้างแค่นั้นเอง
     
    หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ก็เดินไปขึ้น MRT เช่นเดิม จุดหมายคราวนี้คือห้าง Sim Lim
     
    มีคนเคยแนะนำว่า เป็นห้างที่ขายของพวก Electronic ราคาถูก เหมือน Pantip Plaza บ้านเราอะไรทำนองนั้น
     
    ก่อนเดินไป Sim Lim ก็แวะกินข้าวเช้าสักหน่อย แถวนี้นี่ต่างจาก Mutafa เลย เพราะเป็นย่านคนจีนๆ ทั้งนั้น
     
    มีป้ายภาษาจีนเต็มไปหมด เดินไปเดินมา ในที่สุดก็ตัดสินใจกินข้าวมันไก่ดีกว่า
     
    ข้าวมันไก่ของที่นี่ ก็คล้ายๆ ของบ้านเราแหละ แต่น้ำจิ้มเค้าจะสีไม่เหมือนบ้านเรา และก็จะไม่ค่อยเผ็ด
     
    แต่รสชาติก็อร่อยไปอีกแบบ น้ำจิ้มจะให้มา 2 อย่าง คือ น้ำจิ้มซีอิ้วดำ กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว
     
    สนนราคาจานละ 75 บาท ก็ถือว่า ถูกแล้ว สำหรับอาหารที่นี่
     
    กินเสร็จก็มุ่งหน้าไป Sim Lim ที่นี่การจัดวางสินค้า เหมือน Pantip บ้านเราจริงๆ
     
    ถ้าเปลี่ยนป้ายชื่อร้านเป็นภาษาไทย นี่แทบแยกไม่ออกเลยล่ะ สินค้าที่เอามาขายก็เหมือนๆ กัน
     
    แต่พอลองคำนวณราคาดูแล้ว ก็ไม่ได้ถูกกว่า Pantip บ้านเราสักเท่าไหร่เลย
     
    สรุปเลยไม่ได้ซื้ออะไรตามฟอร์ม ตอนแรกว่าจะหา MP3 Player ดีๆ สักอันให้ตัวเองสักหน่อย อดเลยยย
     
    จาก Sim Lim ก็แวะเดินห้างแถวนั้นอีกสักพัก ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเช่นเดิม ก็เลยนั่ง MRT กลับมาที่ Orchard ดีกว่า
     
    มาถึง Orchard ก็กะว่าไปซื้อกระเป๋าลดราคาเพิ่มสักหน่อย ปรากฎว่า ไม่มีลายถูกใจ เลยอดไปตามระเบียบ
     
    จากนั้นก็ไปเดิน Isetan ของสิงคโปร์ ก็ไปได้กระเป๋าสะพายของ Kipling ใบเล็กมาแทน เค้าลดราคาอยู่
     
    จาก 93 เหรียญ เหลือ 59 เหร๊ยญ  ก็เลยซื้อมาซะเลย ตัดสินใจอยู่นาน เพราะไม่รู้ว่ามันถูกจริงรึเปล่า
     
    แต่ก็ตัดสินใจซื้อมาแล้วล่ะ กะเอามาใช้แทนเกระเป๋าสะพายใบเดิมที่ซื้อมาจาก JJ ใบละ 199
     
    ได้กระเป๋าเสร็จ ก็อยากได้รองเท้าหุ้มส้นสักคู่ หามาหลายวันละ ยังไม่เจอถูกใจและราคาถูกเลย
     
    อันที่ถูกใจ ก็แพงเกินไป ไม่ก็ไม่มี Size ที่ต้องการ แย่ชะมัด ก็ตัดใจละ กลับมาซื้อเมืองไทยก็ได้
     
    สุดท้ายดูเวลา ใกล้เวลานัดกับเจ้แล้ว เลยรีบไปหาข้าวเที่ยวกิน ซึ่งก็เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Fast Food
     
    รสชาตก็โอเค เหมาะสมกับราคาชามละ 5 เหร๊ยญ รีบกินรีบไป 
     
    ก่อนออกจากห้าง ก็เหลือบไปเห็นกางเกงขาสั้น น่าสนใจ ดูราคา โอ้ววว 33 เหร๊ยญ คิดเป็นเงินไทยก็ เกือบพันล่ะ
     
    แต่เค้าลดราคา 40 เปอร์เซ็นต์อยู่ แถมถ้าซื้อสินค้าในร้าน 3 ชิ้นก็จะได้ลดเพิ่มอีก 20%
     
    คิดรวมแล้วจะลดทั้งหมด 52% สรุปก็เลยได้กางเกงมาสมใจ
     
    ก่อนกลับ ก็รีบวิ่งไปดูชอคโกแลค ยี่ห้อ Royce จำได้ว่าตอนมาครั้งที่แล้ว เจ้ให้ซื้อกลับไป ลองกินแล้วอร่อยดี
     
    ปรากฎว่า ขายดีมาก ของที่เคยซื้อไปครั้งที่แล้ว หมดซะงั้น อดเลย สงสัยใกล้วาเลนไทน์ เลยขายดีเป็นพิเศษ
     
    จะหาของฝากให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ Bank ก็ไม่ได้ซื้อเลย เวลากระชั้นชิดแล้ว ต้องรีบไป
     
    มาถึงโรงแรม เจ้ก็มารออยู่แล้ว เลยรีบนั่งแท๊กซี่ไปสนามบินกัน
     
    ไปถึงก็เช็คอินเข้า Tiger Airway สายการบิน Low Cost ของสิงคโปร์เค้าล่ะ  
     
    แล้วก็เดินเล่นใน Duty Free นิดหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรน่าซื้อเลย ไม่เหมือนครั้งที่แล้วที่มา 
     
    เพราะว่า Terminal นี้เป็นของสายการบินอื่น ที่ไม่ใช่ Singapore Airline เค้าเลยไม่ค่อยสร้างอะไรดีมาก
     
    ขึ้นเครื่องเสร็จก็หลับเลย สักประมาณ 2 ชม.กว่าๆ ก็ถึงสนามบินดอนเมืองละ ตรงเวลาดีมาก สายการบินนี้
     
    จากนั่นก็นั่ง Taxi กลับบ้าน แล้วก็แวะไปเวียนเทียนวันมาฆบูชา กับแม่ และก็พี่ๆ น้องๆ ได้ทันเวลาพอดี
     
    ก่อนจะหาข้าวเย็นกิน แล้วก็กลับบ้านมาพักผ่อน สรุปก็เป็นทริปที่เหนื่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบ
     
    ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาส จะมาช่วง Sales ดีกว่า คงจะ shopping มันส์น่าดู เพื่อนๆ ที่ไม่เคยมา ก็หาเวลามานะ
     
    ใกล้นิดเดียวเอง จบแล้วววว ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมา (หรือเปล่า)
     
    ไว้ได้ไปเที่ยวไหนอีก แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ ไปละ
     
    บายยย
     
    โย
     
     
    February 15

    Singapore Trip_Second Day

    ก่อนที่จะไปเข้าเรื่องทริปสิงคโปร์วันที่ 2
     
    ขอเล่าอาการตาแดงของข้าพเจ้าสักหน่อย ไม่รู้เป็นได้ยังไง
     
    เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อวาน (วันวาเลนไทน์) ตอนบ่าย เริ่มแดงหนัก
     
    นึกว่าคงไม่เป็นไรมาก แต่นานๆ เข้าเริ่มปวดเบ้าตา ตอนแรกคิดว่าคงเป็นเพราะ contact lens
     
    แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายยยย ต้องใส่แว่นไปทำงานเลยวันนี้ กลายเป็นเด็กเรียนเลย
     
    ตอนบ่ายเลยแวะไปหาหมอที่กสิกรฯ ชั้น 37 หมอก็บอกว่าตาอักเสบ สงสัยฝุ่นเข้าแล้วมันพาเชื้อโรคมาด้วย
     
    แล้วก็สั่งยาทั้งให้กิน ให้หยอด ให้ทา แล้วก็บอกว่า 3 วันก็น่าจะดีขึ้น (โห!! นานจังเลยฮะ คุณหมอ)
     
    อยากหายไวๆ จังเลยยยย
     
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    กลับมาทริปสิงคโปร์ต่อ
     
    วันที่สองของการเดินทาง
     
    วันที่สอง ก็อย่างที่ได้ plan ไว้คือจะไป Sentosa ซึ่งเป็นเกาะและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของสิงคโปร์
     
    ที่ Sentosa ก็จะประกอบไปด้วยจุดท่องเที่ยวย่อยๆ หลายๆ อย่าง อาทิ เช่น
     
    1. รูปปั้น Merlion ตัวใหญ่ (รู้สึกว่าอันนี้จะเป็นตัวผู้ ส่วนอันที่อยู่ริมทะเลน่าจะเป็นตัวเมีย กับลูก) ซึ่งเราสามารถขึ้นลิฟท์
    ไปในตัว Merlion เพื่อขึ้นไปชมวิว ทิวทัศน์ของสิงโปร์ได้ แถมมีการบรรยายประวัติที่มาของ Merlion อีกด้วย
     
    2. Cable Car หรือที่ Dream World เรียกกระเช้าลอยฟ้าน่ะ แต่ของเค้าจะนั่งไกลมาก สามารถนั่งตั้งแต่บน Mount Faber หรือภูเขาของที่นั่น หรือจะนั่งจากตึก Harbour Front หรือจะนั่งจากใน Sentosa ก็ได้ คือมันจะเชื่อมกันหมดน่ะ
    บางคนอาจจะอยากเข้า Sentosa ผ่านทางกระเช้า ไม่ผ่านประตูทางเข้าปกติก็ได้ บนกระเช้าเราก็สามารถมองเห็นวิวท่าเรือสิงคโปร์ และบริเวณใน Sentosa ได้อย่างชัดเจน สวยงาม
     
    3. Sky Tower อันนี้เป็นเหมือนจานบินกลมๆ ที่ให้คนเข้าไปนั่งหันหน้าออกแล้วมันจะลอยขึ้นไปตามเสาสูง แล้วก็หมุนไปรอบๆ อย่างช้าๆ เพื่อให้เราเห็นวิวรอบๆ สิงคโปร์อีกเช่นกัน
     
    4. Underwaterworld อันนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเป็นโลกใต้น้ำ คล้ายที่ Paragon บ้านเราแหละ
     
    5. Fort Siloso อันนี้เป็นเหมือนอุทยานประวัติศาสตร์ทางทหารของสิงคโปร์ เล่าถึงประวัติศาสตร์การรบกันในอดีต
     
    นอกจากนี้ยังมีอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น Images of Singapore, Butterfly Park & Insect Kingdom, Musical Fountain, และยังมีชายหาดริมทะเลให้ไปเล่นน้ำ เล่นกีฬา กันได้อีกด้วย
     
    ถ้าจะเที่ยวให้ครบคงต้องใช้เวลาทั้งวันเลยทีเดียว แต่เราไม่ไหวแค่ครึ่งวันก็ร้อนแล้ว ก็เลยเที่ยวได้ไม่ครบ
     
    ที่นี่เค้าจะมี package เริ่มต้นให้ประมาณ 600 กว่าบาท เข้าไปดูได้ประมาณ 5 อย่าง ถ้าต้องการเข้าอย่างอื่นก็ต้องไปเสียเงินเพิ่ม หรือใครอยากจะเสียแค่ค่าบัตรผ่านประตูอย่างเดียวก็ได้ประมาณ 50 บาท
     
    ที่ Sentosa จะมีดีอีกอย่างหนึ่ง คือ จะมีรถเมลล์ของ Sentosa เองวิ่งรับส่งคนตลอดทาง จะมีป้ายรถเมลล์ตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ เค้าจะแบ่งออกเป็น สายสีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว สีแดง ที่จะมีเส้นทางวิ่งไม่เหมือนกัน เราสามารถดูในคู่มือท่องเที่ยว Sentosa ที่เค้าจะแจกให้ได้ ว่าจะนั่งรถสายไหน ไปไหนได้บ้าง
     
    สรุป ก็ถือว่าคุ้มละกัน แม้จะค่อนข้างแพงก็เหอะ
     
     
    โอย ปวดตาจัง ไปนอนก่อนดีกว่า เดี๋ยวไว้ up ต่อพรุ่งนี้ละกัน
     
    - ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    มา up ต่อๆ
     
    หลังจากออกจาก Sentosa ก้ไปแวะเดินห้าง Harbour Front ซึ่งเป็นห้างที่อยู่ติดกับท่าเรือเลย
     
    จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าประเทศสิงคโปร์ได้ โดยเดินทางผ่านเรือท่องเที่ยว
     
    เรือที่เราคุ้นเคยกันดีก็เรือ Star Cruise ลำเบ้อเร้อเลย มองเข้าไปบนเรือ เห็นสระว่ายน้ำ จากุชขี่
     
    สนามพัดกอล์ฟ และสิ่งอำนวนความสะดวกอีกมากมาย ดูแล้วเหมือนเป็นรีสอร์ทลอยน้ำได้ทำนองนั้นเลย
     
    ว่าแล้ว ก็ไว้หาโอกาสได้มาล่องเรือแบบนี้บ้างก็คงดีไม่น้อย
     
    ออกจาก Harbour Front ก็นั่ง MRT กลับมาพักที่โรงแรม ก่อนที่จะตัดสินใจไปห้าง Mutafa Square
     
    ซึ่งได้ยินมาจากเจ้ว่า เป็นห้างที่เปิด 24 ชม. เลยของถูกมาก ดูจากแผนที่แล้วก็ไม่ไกลมาก
     
    นึ่ง MRT ไปไม่กี่สถานีก็ถึง พอลงจาก MRT ก็เดินไปไม่ไกลก็ถึง
     
    แต่ทว่า...........ระหว่างทาง ก็มีสนามหญ้าใหญ่ๆ เหมือนสนามฟุตบอล บนสนามมีคนเยอะมากกกก
     
    มองไปมีแต่พวกแขกทั้งนั้นเลย ระหว่างทางเจอคนผิวขาวไม่เกิน 10 คน บรรยากาศค่อนข้างน่ากลัว
     
    คล้ายๆ กับเรามาถึงประเทศอินเดียวอะไรทำนองนั้นเลย คาดว่าตกนี้คงเป็นจุดที่ชาวมุสลิมตั้งรกรากอยู่
     
    ซึ่งน่าจะแบ่งพื้นที่กับชาวจีนอย่างชัดเจน ที่นี่อะไรๆ ก็เป็นของมุสลิมไปหมด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร
     
    พนักงาน สินค้า และผู้คน จากระยะทางประมาณ 500 เมตรไปห้าง Mutafa กลับทำให้เรารู้สึกว่าไกลเหลือเกิน
     
    กว่าจะฝ่าฝูงชนไปได้ รู้สึกเกร็งๆ พอสมควร ก่อนเข้าห้างก็มีการตรวจอาวุธด้วย ไม่เหมือนห้างอื่นๆ
     
    พอเข้าในห้าง ก็เต็มไปด้วยผู้คนชาวมสลิมเช่นกัน หาคนหน้าจีนๆ เหมือนเราไม่เจอเลย
     
    การวางขายของก็ดูไม่ดีเหมือนห้างในเมือง บรรยากาศห้างเหมือนห้าง ATM แถวพาหุรัดบ้านเรา ที่ไฟไหม้ไปแล้ว
     
    สรุปเลยไม่ได้ของเลยสักชิ้น ไม่รู้เพราะว่าของมันก็ไม่ได้ถูกอย่างที่คิด หรือเป็นเพราะเดินแล้วเกร็งๆ ก็ไม่รู้
     
    ก็เลยกลับมาตัวเปล่าเลย ว่าแวะกินข้าวเย็นที่ห้างแถวโรงแรมก่อนกลับเข้าไปนอนที่โรงแรม
     
    วันนี้เลยเหนื่อยเป็นพิเศษ เพราะเดินเยอะมาก แข้งขาเมื่อยไปหมดแล้ว
     
    ก็เป็นอันจบทริปวันที่สองแล้ว เหลืออีกวันเดียวก็กลับเมืองไทยแล้ว อย่าพึ่งเบื่อกันล่ะ
     
    โย